"สุวิทย์" ขอ "บีโอไอ" ให้สิทธิพิเศษลดภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ หวังดันไทยเป็นฮับอาเซียน คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “สุดยอดแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลก” ว่า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ในการกำหนดเงื่อนไขที่จะให้สิทธิพิเศษทางภาษีทั้งการลดหย่อนภาษีและยกเว้นภาษีนิติบุคคลเหมือนกับอุตสาหกรรมอื่นๆที่ได้รับสิทธิพิเศษจากบีโอไอเพื่อส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เข้มแข็งจน สามารถขยายกิจการทั้งในและต่างประเทศรวมถึงการเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจแฟรนไชส์ในภูมิภาคอาเซียน
“ต่อไปบีโอไอคงต้องมีโปรโมชั่นต่างๆในการส่งเสริมการลงทุนมากขึ้นซึ่งตอนนี้กำลังหารือในการให้สิทธิพิเศษทางภาษีในมาตรการส่งเสริมการลงทุนโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและแฟรนไซส์ ที่ปัจจุบันเป็นนิติบุคคลมากขึ้น 1,230รายจากแฟรนไซส์ทั้งหมด 1,519 รายและในอนาคตอาจให้สิทธิพิเศษทางภาษีในระดับธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาด้วยโดยมีจุดประสงค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในให้มีความเข้มแข็งส่วนรายละเอียดกำลังพิจารณาหลักเกณฑ์คาดว่าในเร็วๆนี้จะได้ข้อสรุป”
ขณะเดียวกันทางกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ ในการวางยุทธศาสตร์พัฒนา แฟรนไชส์ไทย ให้เข้มแข็งระยะยาว พร้อมทั้งวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกเพื่อเร่งผลักดันให้ธุรกิจขยายกิจการในตลาดอาเซียน รวมถึงการพร้อมเตรียมเข้าเปิดตลาดจีน , อินเดียและตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยแนวทางการสร้างความเข้มแข็งระยะยาวให้แก่ธุรกิจมี 2 แนวทาง คือ 1. การขยายประเภทของธุรกิจแฟรนไชส์ให้ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจมากขึ้นทั้งรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมและสร้างรูปแบบธุรกิจบริการใหม่ๆ และ2ขยายการส่งออกสู่กลุ่มประเทศต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก
“จากการวิเคราะห์ตลาดประเทศเพื่อนบ้านหรือตลาดอาเซียนในเชิงลึกพบว่าในปลายปี 58 จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นอาเซียนจึงเป็นตลาดที่มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจได้ดีประกอบกับธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยมีศักยภาพ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ให้ไทยเป็นฮับด้านธุรกิจแฟรนไชส์ในภูมิภาคอาเซียน”









