วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.ก.ส.เผยยอด6เดือนหนี้เสียพุ่ง5.66%แตะ6หมื่นล.

ธ.ก.ส. เผย รอบ 6 เดือนยอดหนี้เสียพุ่งแตะ 6 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 5.66% หลังราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ-ปัญหาภัยแล้ง

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. รอบ 6 เดือนของปีบัญชี 58 ธนาคารมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงถึง 60,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.66% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มสูงขึ้นจากสิ้นปีบัญชี 57 ที่อยู่ในระดับ 3.38% หรือ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งยางพารา และข้าวเปลือกซึ่งเป็นพืชหลัก ปัญหาภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรต้องงดทำนาปรังในปีก่อน

ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดการประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ ทำเร่งทำเรื่องมาตรการบรรเทาผลกระทบลูกค้า โดยให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้ โดยแบ่งลูกหนีเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ยังมีศักยภาพ , กลุ่มที่ไม่ศักยภาพ และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเร่งด่วนจากภัยธรรมชาติ ซึ่งจะใช้วิธีการปรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน โดยคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจครั้งนี้อาจต้องใช้เวลามากว่าที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายลดเอ็นพีแอลให้เหลือไม่เกิน 4 % ก่อนสิ้นปีนี้

“สถานการณ์หนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองสูงขึ้นประกอบกับการถูกให้นำเงินปันผลส่งเข้าคลัง บีไอเอส ปรับลดลงเหลือ 11.86 % จากที่อยู่ที่ระดับ13.15% เมื่อสิ้นปีบัญชีก่อน ซึ่งธนาคารได้ตั้งทีมพิเศษเพื่อศึกษาเรื่องการเพิ่มทุน เบื้องต้นสามารถทำได้ 3 แนวทางคือ การขอเงินงบประมาณแผ่นดิน, การขอเงินสนับสนุนจากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ เพื่อเอามาเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 เชื่อว่าจะเพียงพอต่อการดำเนินงาน 3- 5 ปี โดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนใหม่”

ขณะเดียวกัน ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ 70,820 ล้านบาท ส่งผลยอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.16 ล้านล้านบาท หรือ 6.50% จากสิ้นปีบัญชี 57 ทำให้มีสินทรัพย์รวม 1.38 ล้านล้านบาท ส่วนยอดเงินฝากรวมมี 1.19 ล้านล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,627 ล้านบาท ส่วนสถานะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) อยู่ที่ระดับ 11.80% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งเอาไว้ที่ 8.50%

อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดว่าผลประกอบการสิ้นปีบัญชี 58 จะมีสินเชื่อขยายตัว 122,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% ด้านเงินฝากเพิ่มขึ้น 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอัตรา 5.27 และจะมีผลกำไรสุทธิจำนวน 9,835 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) อยู่ที่ 0.70% บีไอเอสอยู่ระดับ 11.86%