วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ถือ

คาด 3Q15 ยังมีกำไรแม้ราคาน้ำมันปรับตัวลง

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาดไตรมาส 3 มีกำไรราว 811 ล้านบาท +3,569YoY, -81%QoQ : ฝ่ายวิจัยคาดว่า IRPC จะรายงานกำไรสุทธิราว 811 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจาก 1) ธุรกิจน้ำมันเครื่องที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นทั้งน้ำมันหล่อลื่นและยางมะตอยเนื่องจากราคาน้ำมันเตาซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ 2) ธุรกิจปิโตรเคมีกำไรยังทรงตัวใกล้เคียงไตรมาส 2 โดยส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ทรงตัว แต่ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ปรับตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม 3) ธุรกิจโรงกลั่นกำไรอ่อนตัวลงตามค่าการกลั่นส่งผลให้ IRPC ลดกำลังการกลั่นลง 13 พันบาร์เรลต่อวัน(KBD) จากไตรมาสก่อนหน้า เหลือ 177 KBD นอกจากนี้ธุรกิจโรงกลั่นยังถูกกดดันจากรายการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบอีกราว 2.24 พันล้านบาท หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเกือบ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากปลายไตรมาส 2 ขณะที่ฝั่งต้นทุนการผลิตรวมทุกธุรกิจยังทรงตัวใกล้เคียงกับช่วง 1H15 เพราะมีการลดค่าใช้จ่ายจากโครงการเดลต้าที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2014

- ขาดทุนจากค่าเงินบาท 1 พันล้านบาทแต่ถูกชดเชยด้วยรายได้อื่น 1.15 พันล้านบาท : สิ้นไตรมาส 3 IRPC มีหนี้สินเป็นเงินดอลลาร์สุทธิ 403 ล้านดอลลาร์ลดลง 10 ล้านดอลลาร์จากไตรมาส 2 เนื่องจากมีการจ่ายชำระคืนเงินต้น โดย 3Q15 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 2.5 บาทต่อดอลลาร์ทำให้มีรายการขาดทุนจากค่าเงินบาทราว 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีรายได้จากค่าเช่าถังน้ำมัน 300 ล้านบาทและเงินเคลมประกันไฟไหม้งวดสุดท้ายอีก 850 ล้านบาทจากเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นในปี 2014 เพื่อมาชดเชยผลขาดทุนจากค่าเงินบาท

- คาดโครงการ UHV แล้วเสร็จปลายปีนี้ช่วยหนุนกำไรปี 2016 : โครงการ UHV เป็นโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำมันเตาเป็นโพรพิลีนที่สร้างกำไรได้ดีกว่า ทั้งนี้คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ธ.ค. 15 ซึ่งจะเป็นตัวหนุนต่อกำไรปกติในปี 2016 อีกอย่างน้อย 1.5 พันล้านบาทตามประมาณการของเรา และเป็นจุดเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของ IRPC ในอนาคต

- คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเหมาะสม 4.26 บาทสำหรับปี 2016 : ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2015 ที่ 9,265 ล้านบาทเติบโต 277%YoY แม้คาดว่า IRPC จะรายงานกำไรในไตรมาส 3 แม้เบื้องต้นคาดว่าอาจจะขาดทุน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยกำลังทบทวนประมาณการปี 16 หากโครงการ UHV เริ่มดำเนินการผลิตและมีความชัดเจนมากขึ้น ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง Prospective PBV ที่ 1.12 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในอดีตได้ราคาเหมาะสมที่ 4.26 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดเล็กน้อย จึงแนะนำ “ถือ”