Perfect time to BUY – rating upgraded
ประเด็นการลงทุน
หลังจากที่แนะนำขายมาตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นลงมาตามคาด จากนั้นเราแนะนำถือ ขณะนี้เรามองว่าแรงกดดันต่อราคาหุ้นเริ่มหมดไป หลังจากผลประกอบการกำลังจะผ่านจุดต่ำสุดใน 3Q15 คาดราคาหุ้นจะเริ่มปรับตัวขึ้นสะท้อนผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นตลอดช่วง 3 ไตรมาสข้างหน้า ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วง high season และการรับรู้รายได้จากการส่งสินค้าไปจำหน่ายที่อินโดฯ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น เราคาดการ de-rating ของตลาดจบลงแล้ว ดังนั้นเราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากเดิม ถือ) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.20 บาท (อิงคาดการณ์กำไรปี 2016 ที่ P/E 19 เท่า) ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่บน P/E เพียง 16.5 เท่า เท่านั้น มี upsides ต่อค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่ 20 เท่า อยู่ราว 21%
คาดกำไร 3Q15 ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ...
คาดกำไร 3Q15 ที่ 246 ล้านบาท (ลดลง 8%YoY และ 24%QoQ) แม้เราคาดกำไรลดลงแต่เรามองว่าอยู่ในการคาดการณ์ของตลาดอยู่แล้ว โดยเรามองว่ายอดขายใน 3Q15 อยู่ที่ 1,360 ล้านบาท ลดลง 35%QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล และทรงตัว YoY ตามสภาวะเศรษฐกิจและการบริโภค สำหรับค่าใช้จ่าย SG&A/Revenue เราคาด 12.9% ใน 3Q15 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ YoY เพราะในไตรมาสนี้มีแคมแปญ หมื่น-แสน-ล้าน แต่ลดลงอย่างมาก QoQ เพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแคมแปญแจกเบนซ์ใน 2Q15 และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33% เพิ่มขึ้น 120bps YoY จากสายการผลิตใหม่ แต่ลดลง 560bps QoQ เพราะสาเหตุจาก low season
... แต่กำลังจะดีขึ้นตลอดช่วง 3 ไตรมาสข้างหน้า
เรามองแนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 3Q15 และกำลังจะดีขึ้นต่อเนื่องไปอีก 3 ไตรมาส ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งในไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เพราะ utilization rate ของโรงงานเพิ่มขึ้นจากการผลิตของเพื่อรอขายในช่วงหน้าร้อน และประกอบกับการผลิตเพื่อส่งของไปขายที่อินโดนีเซีย ดังนั้นเรามองว่าหากราคาหุ้นมีการอ่อนตัวลงเพราะวิตกผลประกอบการ 3Q15 ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมหุ้น
แรงกดดันจากการ de-rating จบไปแล้ว
เรามองว่าแรงกดดันราคาหุ้นจากการปรับลดประมาณการกำไรของ consensus ได้จบลงแล้ว หลังจากที่เราคาดการณ์ว่า consensus จะมีการปรับประมาณการลงตามเรา (อิงรายงานของเราฉบับวันที่ 24/7/2015: Under high pressure) ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาอย่างมาก (ราว 30% นับจากจุดสูงสุดในปีนี้) เมื่อเทียบกับการปรับลดคาดการณ์กำไรของตลาดลงราว 9% เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนความกังวลออกมามากเกินไป
ส่งของไปขาย อินโดฯ หนุนยอดขายปีหน้า
เรามองปัจจัยหนุนกำไรเติบโต จะมาจากยอดขายที่เติบโตขึ้นราว 9% โดยเราใช้สมมติฐานกรณีอนุรักษ์นิยม ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 1% แต่ได้ยอดขาย OEM ไปอินโดฯ ราว 500 ล้านบาท หนุนให้ภาพรวมมีการเติบโตขึ้น ซึ่งประมาณการของเรามี upside risks กรณียอดขายในประเทศมีการเติบโตขึ้นมากกว่าคาด จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคของภาครัฐ









