"สถิตย์" เตรียมเข้าพบ"ผู้ว่าธปท." เพื่อหารือเปิดซื้อขายหุ้น-อนุพันธ์ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ หวังดันมาร์เก็ตแคปหุ้นไทยสูงสุดในอาเซียน
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ส่วนตัวได้ส่งหนังสือไปถึงประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และเลขาธิการ ก.ล.ต. เพื่อถอนตัวจากที่มีกรรมการของก.ล.ต.ได้เสนอชื่อของตนให้เข้ามาเป็นกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการทำงานที่ตลท.มาระยะหนึ่งแล้วและมีความคืบหน้าในการผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ไปมากพอสมควรและถึงเวลาที่จะไม่รับตำแหน่งอีก และขณะนี้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต.จะมีการประชุมภายในเดือนต.ค.นี้ เพื่อเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการตลท. จำนวน 2 คน แทนตนเองและนายสุทธิชัย จิตรวาณิช หลังจากนั้นทางคณะกรรมการตลท.จะคัดเลือกผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานตลท.คนต่อไป โดยคาดว่าผู้ที่มาดำรงตำแหน่งประธานตลท. จะเป็นหนึ่งในสองคนที่กรรมการ ก.ล.ต.แต่งตั้ง
นายสถิตย์ กล่าวอีกว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯเตรียมเข้าพบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในเดือนต.ค.นี้ เพื่อหารือการเปิดขายหุ้นและอนุพันธ์ด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของตลาดหุ้นไทยกับต่างประเทศ และทำให้ตลาดหุ้นไทยมีการซื้อขายเป็นสากลมากขึ้น โดยคาดหวังว่าจะได้การตอบรับที่ดี ซึ่งเบื้องต้นสกุลเงินต่างประเทศที่จะขอคือ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและหยวน
นอกจากนี้ ตลท. ยังตั้งเป้าหมายจะนำบริษัทจดทะเบียนต่างประเทศ รัฐวิสาหกิจและบริษัทย่อยของรัฐวิสาหกิจของไทย รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เพื่อผลักดันให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทยให้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งหรือสูงที่สุดในตลาดหุ้นอาเซียน จากปัจจุบันระดับมาร์เก็ตแคปของตลท.ต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มีบจ.ต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนจำนวนมาก ขณะที่ตลาดหุ้นมาเลเซียมีมาร์เก็ตแคปสูงกว่าตลาดหุ้นไทย เป็นเพราะตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียมีรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนจำนวนมาก ดังนั้นการที่ตลาดหุ้นไทยจะมีมาร์เก็ตแคปที่สูงกว่า 2 ประเทศนั้น ต้องพยายามชักชวนนำบริษัทต่างประเทศและรัฐวิสาหกิจไทยเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น
"ความท้าทายของตลท.จากนี้ คือการนำบริษัทจดทะเบียนต่างประเทศและบริษัทรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนให้มากขึ้น รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อที่จะทำให้มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งคาดว่าปีนี้มาร์เก็ตแคปของไทยน่าจะสูงกว่าประเทศมาเลเซียได้ โดยปัจจุบันทาง ก.ล.ต.ได้ออกเกณฑ์ในการให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนแล้ว ซึ่งจากนี้เป็นหน้าที่ของตลท.ที่ต้องหาบริษัทเข้ามาจดทะเบียน" นายสถิตย์ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์เป็น Digital Exchange นั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้ว 80% ซึ่งต้องรอทางด้านกฎหมายในการเปิดให้ทำธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและมาตรฐานการดำเนินงาน ซึ่งหากทางกระทรวงไอซีทีมีการอนุมัติ ตลท.ก็พร้อมเดินหน้าในการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตได้









