วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRC - ซื้อ

ราคาวัตถุดิบลด หนุนกำไร 4Q58 เติบโตโดดเด่น

รับผลบวกต้นทุนวัตถุดิบลดลง ทำให้กำไร 4Q58 โตขึ้นมาก

เราคาดกำไรสุทธิใน 4Q58 (ก.ค.- ก.ย.58) ของ IRC ไว้ที่ 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 34% YoY ยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น 15% QoQ สอดคล้องกับยอดผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 18% จากฤดูกาลที่ไตรมาสก่อนหน้ามีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับการปรับสายการผลิตของโตโยต้าเพื่อออกโมเดลใหม่ รวมทั้งมีค่ายรถยนต์มีการเปิดตัวโมเดลใหม่ๆ ทำให้ IRC ได้รับคำสั่งซื้อจากมิตซูบิชิปาเจโรราว 5 พันคัน/เดือน ในด้านประสิทธิภาพการทำกำไรยังคงแข็งแกร่งโดยเราคาดอัตรากำไรขั้นต้นของ IRC จะทรงตัวสูงที่ 16% ดีขึ้นอย่างมีนัยจากปีก่อนที่ 11.7% จากผลบวกของต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ และ น้ำมัน ที่ราคาปรับลดลง

ปี 59 เติบโตต่อ ยอดขายฟื้น ราคายางยังอยู่ช่วงขาลง

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิงวดปี 2558 และ 2559 จากเดิม 14% และ 13% สะท้อนแนวโน้มอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด จากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 15% โดยปี 2559 เราคาดยอดขายจะฟื้นตัวราว 6% YoY ใกล้เคียงการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศ ส่วนแนวโน้มราคายางที่คาดว่าจะซบเซาไปอีก 1 ปี ตามภาวะอุปทานยางในตลาดโลกที่ล้นตลาดนอกจากจะส่งผลดีต่อต้นทุนวัตถุดิบที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำ นอกจากนี้ IRC ยังมีโอกาสรับคำสั่งใหม่ในการผลิต "Rail Pad” หรือยางสำหรับรองรางรถไฟที่อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับ สวทช. ซึ่งถือเป็นโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบราคายางที่ตกต่ำ โดยคาดขนาดตลาดราว 1 หมื่นล้านบาท (โครงการ 4 – 5 ปี) เรายังไม่ได้รวมโครงการดังกล่าวในประมาณการจนกว่าจะมีข้อมูลชัดเจน

แนะนำ “ซื้อ” เลือกเป็น Top Pick เติบโตโดดเด่น ปันผลจูงใจ

จากแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่มยานยนต์ อีกทั้ง IRC ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีสถานะเป็น Net cash ไม่มีหนี้สิน และมีนโยบายจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เราคาดว่า IRC จะจ่ายปันผลสำหรับงวดปี 58 (สิ้นสุดเดือน ก.ย 58) ในอัตราหุ้นละ 88 สตางค์ คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 4.7% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 8 เท่า ซึ่งถือว่ายังถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่ 14 เท่า เรามีการปรับมูลค่าพื้นฐานจากเดิมที่ 23 บาท เป็น 26.40 บาท สะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและปรับใช้มูลค่าพื้นฐานเป็นปี 59 โดยอิงค่าเฉลี่ย P/E ที่ 11 เท่า