ตลาดหลักทรัพย์ เผย บจ. mai มีรายได้จากต่างประเทศไม่ด้อยกว่าบจ.ใน SET ชี้รายได้ตปท. ปี 57 เติบโตเฉลี่ย 30.6%
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลถึงการไปลงทุนในต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ mai แม้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ บจ.ในSET แต่บริษัทจำนวนมากมีศักยภาพที่จะเติบโตในต่างประเทศ ทั้งจากการลงทุนและขยายตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง
จากข้อมูลพบว่า ณ สิ้นปี 2557 บจ.ใน mai ไปลงทุนในต่างประเทศ จำนวน 28 บริษัท จากจำนวนบจ.ในmai ทั้งหมด 114 บริษัท โดยมีภูมิภาคอาเซียนเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุน โดยมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศสะสมในช่วงปี 2556-2557 ส่วนใหญ่ 75% อยู่ในอาเซียน ตามด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้แก่ญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง
นอกจากนี้ ยังพบว่ารายได้จากต่างประเทศในปี 2557 มีการเติบโตเฉลี่ย 30.6% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ในประเทศโตเฉลี่ยเพียง 9.6% เท่านั้น โดยรายได้จากต่างประเทศเติบโตสูงที่สุดได้แก่ กลุ่มทรัพยากร ตามด้วยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ตามลำดับ ทั้งนี้ รายได้จากต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 28% ของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้น จาก 24% ในปีก่อนหน้า
จากการขยายการลงทุนและฐานรายได้ต่างประเทศที่เติบโตขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าบจ.มีโอกาสจะเติบโตในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่หลากหลายนอกจากเฉพาะในประเทศไทยซึ่งนับเป็นการยกระดับศักยภาพของบจ.ในหลายด้าน เช่น โอกาสการเติบโตตามเศรษฐกิจในต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าในประเทศ ตลาดใหม่ที่มีความต้องการที่แตกต่างและหลากหลาย การกระจายความเสี่ยงของธุรกิจไปในหลายตลาด ขยายฐานการผลิตในประเทศที่สนับสนุนให้บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น มีทรัพยากรมากเพียงพอ มีต้นทุนด้านแรงงานที่เหมาะสม
จากข้อมูลยังพบว่า บจ.ในmai มีรายได้เฉลี่ยระดับ 1,100 ล้านบาทต่อบริษัทในปี 2557 นับว่ามีขนาดที่เล็กเมื่อเทียบกับบจ.ในSET ที่มีรายได้เฉลี่ยที่ระดับ 2.4 หมื่นล้านบาท แต่โดยภาพรวมศักยภาพในการเติบโตในต่างประเทศทั้งในด้านการลงทุนและการขยายตลาดในต่างประเทศไม่แตกต่างจากบจ.ในSET
ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าปัจจัยพื้นฐานของบจ.ในmai เทียบเคียงได้กับบจ.ในSET ในด้านศักยภาพในการเติบโตในต่างประเทศ แม้ว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไรมีหลายปัจจัย แต่การลงทุนหรือการมีแหล่งรายได้ในต่างประเทศเป็นเกณฑ์การเลือกลงทุนในหุ้นคุณภาพข้อหนึ่ง นอกเหนือจากเกณฑ์การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านอื่น ๆ ของบจ. โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเติบโตในอัตราต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก









