วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองเศรษฐกิจโลกและเอเชีย

• สหรัฐ : เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้นับตั้งแต่ 4Q54 เป็นต้นมา

โดยรวมแล้วมูลค่าเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดกันไว้ราว 7.5% ถือว่ามีนัยสำคัญสำหรับประเทศขนาดใหญ่ การจ้างงานภาคเอกชนดีขึ้นแต่ไม่ถึงกับดีมาก อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมากก็บ่งชี้ว่าการบริโภคยังอ่อนแอ สรุปว่าถ้าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นเพียงเพราะต้องการทยอยทำ Policy Normalization เสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนตลาดเงินสหรัฐและทั่วโลกมากเกินไป 

• ยูโรโซน : เศรษฐกิจภูมิภาคนี้ฟื้นตัวดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เชื่อว่า ECB จะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายและ QE กระตุ้นเศรษฐกิจต่อ ซึ่งต้องทำอีกยาวนานเพราะอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่เพียง 0.1% เทียบกับเป้าหมายระยะยาวที่ 2% และอัตราการว่างานของภูมิภาคยังคงสูงที่ 10.9% (ส.ค.58) ประเด็นที่น่าจับตาเพิ่มเติม คือ ปัญหาผู้อพยพที่เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในระยะต่อไป

• จีน : ยังมีความเสี่ยงว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงได้อีก รัฐบาลอยู่ในช่วงการปรับสมดุลภายในเพื่อให้เกิดการขยายตัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว แต่ผลที่เกิดขึ้นในระหว่างการปรับก็คือ ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอลง ทางการจีนพยายามแก้ไขสถานการณ์ช่วงสั้นด้วยการใช้มาตรการการเงิน (ลดอัตราดอกเบี้ยและสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ หรือ RRR) แต่ตลาดก็ยังไม่ตอบสนองมาตรการเท่าใดนัก โดยยังเชื่อว่าทางการจีนจะประกาศลดค่าเงินหยวนอีกเมื่อสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งความเชื่อมั่นต่อนโยบายของรัฐบาลจีนเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกระยะหนึ่ง

• ญี่ปุ่น : แม้ว่าจะใช้นโยบายเยนอ่อนและใช้ QE มากว่า 2 ปีแล้ว แต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็เติบโตไม่มากในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา เพราะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีขายเมื่อต้นเดือนเม.ย.57 และการส่งออกที่ไม่ดีนัก เนื่องจากกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าหลักคือจีนและประเทศเกิดใหม่อ่อนแอ (ญี่ปุ่นส่งออกไปจีนเกือบ 20% ของทั้งหมด และส่งออกไปอาเซียนราว 15%) ทาง DBS คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวเพียง 0.6% ในปี 58 และ 0.9% ในปี 59

• สิงคโปร์ : คาดว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ภาคบริการที่มีสัดส่วน 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจซบเซา เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอก็มีผลกระทบกับเศรษฐกิจสิงคโปร์ด้วย คาดว่าทางการสิงคโปร์จะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินในเดือนต.ค.นี้ด้วยการปรับกรอบอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สิงคโปร์ให้อ่อนลง

• อินโดนีเซีย & มาเลเซีย & ฟิลิปปินส์ : ปัจจัยที่น่ากังวลของอินโดนีเซีย คือ การลงทุนใหม่เติบโตน้อยลง อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับขึ้นถ้าค่าเงินอ่อนมากไปกว่านี้มากๆ ด้านมาเลเซีย เศรษฐกิจซบเซาและมีปัญหาการเมือง รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่สูงจำกัดการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายกระตุ้นเศรษฐกิจและการปรับขึ้นของดอกเบี้ยอาจเร็วกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค สำหรับฟิลิปปินส์ การเติบโตของเศรษฐกิจค่อนข้างดี มาจากการบริโภค&ลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง

• เกาหลีใต้ & ไต้หวัน : อุปสงค์ในประเทศเกาหลีใต้ฟื้นตัวดีขึ้นหลังจบโรคระบาดเมอร์สที่กดดัน GDP ประจำ 2Q58 แต่โดยรวมทั้งปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโตเพียง 2.4% ส่วนไต้หวัน เศรษฐกิจพึ่งพิงการส่งออกมาก และการชะลอตัวของจีนกระทบค่อนข้างมาก DBS คาดเศรษฐกิจไต้หวันจะขยายตัวได้เพียง 1.4% เท่านั้น

• เวียดนาม : เศรษฐกิจเติบโตแกร่งใน 1H58 และชะลอตัวลงใน 2H58 แต่ทั้งปียังขยายตัวสูงที่ 6.2% โดยหลักมาจากการเติบโตในภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง และบริการ อัตราเงินเฟ้อปีนี้ต่ำที่ 0.8% จึงมีช่องให้ทางการสามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายกระตุ้นการเติบโตได้