โรงพยาบาลจุฬารัตน์(CHG) : อัตราเติบโตกำไรสูงสุดในกลุ่ม

รายได้จากประกันสังคมมีความเสี่ยงต่ำ ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยที่ชำระค่ารักษาด้วยเงินสดก็มีศักยภาพในการเติบโต
แผนขยายกิจการจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิโต 25% ในปี 2015F, 22% ในปี 2016F และโต 23% ในปี 2017F
แนะนำให้ ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายที่คำนวณโดยวิธี DCF ที่ 2.40 บาท คิดเป็น P/E ปี FY16 ที่ 32x และ ปี FY17 ที่ 26xCHG เป็นโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวที่เน้นไปที่กลุ่มประชากรที่เพิ่มขึ้นในแถบนิคมอุตสาหกรรม
รายได้เติบโตจากผู้ป่วยที่ชำระเงินสด ในขณะที่อัตรากำไรกำลังจะขยับสูงขึ้น
CHG เปิดดำเนินการโรงพยาบาลหกแห่ง และคลินิกเจ็ดแห่ง โดยมีจำนวนเตียงผู้ป่วยรวม 376 เตียง โรงพยาบาลทุกแห่งตั้งอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม CHG เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคม โดยรายได้จากการให้บริการผู้ป่วยประกันสังคมคิดเป็นสัดส่วน 38% ของรายได้รวมใน 1H15 แต่ความเสี่ยงในเรื่องของการชำระเงินต่ำเพราะสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนที่แน่นอนโดยบวก premium สำหรับกรณีที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรที่ได้จากผู้ป่วยที่ชำระเงินสด (เฉลี่ยประมาณ 1,363 บาทต่อการพบแพทย์ OPD หนึ่งครั้ง และเฉลี่ย 17,754 บาทต่อการเข้ารักษา IPD หนึ่งครั้ง) สูงกว่าผู้ป่วยประกันสังคม (เฉลี่ย 993 บาท/ครั้ง) ดังนั้น CHG จึงมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าที่ชำระเงินสดด้วยการเพิ่มห้องผู้ป่วยเตียงเดี่ยวและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ เราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยที่ชำระเงินสดจะเพิ่มขึ้นจาก 50% ใน 1H15 เป็น 54% ในปี 2017F และอัตรากำไรสุทธิจะขยับเพิ่มขึ้นจาก 18.0% ในปี 2014 เป็น 19.2% ในปี 2017F
อัตราการเติบโตของกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม
CHG มีแผนจะเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลหลักสามแห่งได้แก่ CHG 3, CHG 9 และ CHG 11 โดยการขยายโรงพยาบาล CHG 11 มีกำหนดจะเสร็จใน 4Q15 ในขณะที่การขยายโรงพยาบาล CHG 3 และ 9 กำหนดจะเสร็จใน 1H16 ซึ่งการขยายกิจการดังกล่าวจะทำให้มีจำนวนห้องตรวจ OPD เพิ่มขึ้น 45% เป็น 138 ห้อง และทำให้จำนวนเตียงคนไข้ IPD เพิ่มขึ้น 38% เป็น 518 เตียง เนื่องจากอัตรา utilization rate ของโรงพยาบาลในเครือ CHG สูงถึง 82% ซึ่งเกินกว่า utilization rate ปกติที่ 70% เราจึงคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะโต 9% ในปี 2015F โต 13% ในปี 2016F และโต 12% ในปี 2017F ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิโต 23% CAGR ในช่วงปี 2014-2017F ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงทีสุดในกลุ่มการให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ
แนะนำให้ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายซึ่งคำนวณโดยวิธี DCF ที่ 2.40 บาท
เราแนะนำให้ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2016F ซึ่งคำนวณโดยวิธี DCF ที่ 2.40 บาท คิดเป็น P/E ปี FY16 ที่ 32x ซึ่งใกล้เคียงกับหุ้นโรงพยาบาลในภูมิภาคที่ 31x แหล่งรายได้ที่สมดุลและกำไรที่โตอย่างแข็งแกร่างทำให้ CHG มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เราคิดว่า CHG มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งพอสำหรับการเข้าซื้อกิจการเนื่องจากงบดุลแข็งแรงมากโดยมีสัดส่วน D/E ต่ำเพียงแค่ 0.2x ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่ม







