วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งแคบกรอบ 1365-1385

เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งแคบกรอบ 1365-1385

ล่าสุดประธานเฟด นางเจเนต เยลเลนได้ออกมายืนยันว่าเฟดพร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งตรงกับที่เราคาด แต่ตลาดก็รับรู้ข่าวนี้ไปมากแล้ว เราคาดว่าตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบ โดยปัจจัยกดดันจากต่างประเทศยังมีอยู่ทั้งราคาน้ำมันที่พักฐานลงจากความกังวลประเด็นเศรษฐกิจจีนชะลอตัว หลังจากตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนรายงานออกมาต่ำสุดในรอบ 6 ปี ประกอบกับประธานธนาคารกลางยุโรปประกาศจะยังไม่เพิ่มอัตราการอัดฉีดเม็ดเงิน QE ดังนั้น ปัจจัยหนุนจากต่างประเทศถือว่ามีไม่มากในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ภายในประเทศไทย sentiment โดยรวมถือว่าไม่แย่ ด้วยแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทยอยออกมาและการประมูลรถไฟรางคู่ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มรับเหมาวัสดุก่อสร้างและแบงก์อยู่บ้างในช่วงนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1370/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ  และ window dressing ทยอยขายบ้างเมื่อเข้าใกล้ 1400 จุด


นักลงทุนระยะสั้น : CSS (6.20), BROCK (3.20)

CSS (6.20) ประกอบธุรกิจออกแบบและติดตั้งเสาแดงและอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ลูกค้าหลักก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสื่อสาร อย่างเช่น TRUE และ DTAC ราคาหุ้นเคยขึ้นจาก 6 บาทไป 8 บาทช่วงต้นปี แล้วก็ไหลลงมาเรื่อยๆจนปัจจุบันเหลือ 5 บาทต้นๆ เพราะบริษัทประกาศยกเลิกการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า solar farm ที่ญี่ปุ่น บวกกับนักลงทุนเริ่มกังวลกันเรื่องที่บริษัทยังไม่มีงาน Backlog ที่ชัดเจนรอไว้สำหรับปีหน้าถึงแม้ว่าปีนี้จะมีรายได้และกำไรเติบโตดีก็ตาม กลยุทธ์สำหรับหุ้นตัวนี้เรามองว่า ใครที่ติดอยู่ต่ำกว่า 6 บาท อุ่นใจได้ ถือต่อและควรซื้อต่อถ้าเห็นต่ำกว่า 5 บาทอีก ภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้เห็นกลับขึ้นไป 6 บาทได้เพราะ 1)ไตรมาส 4 ปกติและจะเป็น High season ของธุรกิจสื่อสาร ทำให้น่าจะมีงานใหม่เป็น Backlog มาเพิ่มสำหรับปีหน้า 2)การประมูล 4G จะช่วยเสริม sentiment กลุ่มสื่อสารให้เป็นบวก แต่ถ้าเห็น 6 บาทภายในสิ้นปีนี้ อย่าโลภนะครับ ต้องขาย เพราะ CSS-W1 จะหมดอายุในเดือน มี.ค.59 (120 ล้านหุ้น) 1:1.201 หุ้น ราคาใช้สิทธิ์ 1.249 บาท สรุปคือถ้าเห็น CSS ต่ำกว่า 5 บาท ซื้อ เห็น 6 บาท เผ่นครับ

BROCK (3.20) มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาดีมาก แถมแผนการเจรจากับพันธมิตรร่วมลงทุนโครงการอสังหาในภูเก็ตกว่า 1 หมื่นล้านบาทใกล้จะประกาศออกมาในอีกไม่ช้า จึงเหมาะไว้เล่นสั้นเก็งกำไร ถ้ายืนเหนือ 2.80 ได้สักพักจะไปต่อได้อีกถึง 3.20 ก็ไม่ยาก

นักลงทุนระยะยาว : BDMS (25.50), STEC (31)

BDMS (25.50) โดยขณะนี้ BDMS มีราคาถูกที่สุดและ upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 30% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 6 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 30% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี

STEC (31) เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีสุดในบรรดารับเหมารายใหญ่ทั้งหมด กระแสเงินสดสูง กำไรมั่งคง margin สูงกว่าคู่แข่งด้วยและจะได้ประโยชน์จากการประมูลโครงการรถไฟรางคู่เร็วๆนี้


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ คลังเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติ 5 โครงการร่วมทุน "รัฐ-เอกชน" ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าลงทุนกว่า 2 แสนล้าน หวังลดภาระงบประมาณ-รักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี ด้าน "กุลิศ" เผยเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นโครงการแรก ขณะบีเอ็มซีแอลลั่นพร้อมร่วมประมูลทุกโครงการ

+ "สมคิด" ถกคลัง-แบงก์รัฐ เตรียมออกมาตรการรับมือวิกฤติภัยแล้งปี 59 หวังช่วยเกษตรกร เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพ คาดสรุปมาตรการทั้งหมดสัปดาห์หน้าก่อนเสนอ ครม.ระบุมีแผนผ่อนปรนภาระหนี้สินสร้างอาชีพเสริม แจกเงินเลี้ยงชีพ ด้านกรมชลฯ สั่งชลประทาน 22 จังหวัดรับมือภัยแล้ง วาง 6 มาตรการคุมการใช้น้ำเจ้าพระยา ห้ามสถานีสูบน้ำ 335 แห่ง สูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกเด็ดขาด น้ำแล้งคราวนี้ยาวนานกว่าทุกครั้ง

+ ค่ายรถบรรทุก ตีปีกรับอานิสงส์เออีซีรับศักยภาพไทย "ศูนย์กลางขนส่ง" หนุนตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่เติบโตจากสมรรถนะที่ต้องวิ่งไกลขึ้นพร้อมโชว์ศักยภาพเปิดตัวรถใหม่และบริการขนส่ง "วอลโว่ ทรัคส์" ผนึก "ยูดี" ชูความพร้อมศูนย์บริการไฮเทค ด้าน "ฮีโน" และ "ฟูโซ่" ส่งทัพรถรุ่นล่าสุดลุยตลาด

- "ประสาร" ห่วงการลงทุนในประเทศต่ำ หวั่นฉุดความเข้มแข็งในอนาคต ทำลายระบบการออม ย้ำสภาพคล่องเหลือเพียงพอลงทุน พร้อมจี้ทุกฝ่ายกลั่นกรองการให้สินเชื่อ ชี้ปล่อยไปแล้วต้องไม่สูญเปล่า มั่นใจเสถียรภาพเศรษฐกิจยังดี

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,201.32 จุด ลดลง 78.57 จุด หรือ -0.48%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลนจะแถลงมุมมองด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหัฐ และการร่วงลงของหุ้นแคทเทอร์พิลลาร์ หลังจากทางบริษัทประกาศปลดพนักงาน 10,000 คนเพื่อลดการใช้จ่าย

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลดลง 70.75 จุด หรือ 1.17% ที่ 5,961.49 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มพลังงาน เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 498.38 จุด หรือ 2.76% แตะที่ 17,571.83 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงเกือบ 500 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากมีรายงานว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลงอีก และตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างนัก

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 44.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากที่ราคาน้ำมันร่วงลงไปกว่า 4% เมื่อวันพุธ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำอย่างคึกคักด้วย