วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'สั่งแบงก์รัฐหาข้อสรุปแก้วิกฤตภัยแล้ง

"อภิศักดิ์" เผย "สมคิด" สั่งธนาคารรัฐเร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการแก้วิกฤตภัยแล้งของเกษตรกร หวังให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักศ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า รองนายกฯได้สั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ และกระทรวงเกษตร เร่งหารือ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการภัยพิบัติ ภาคเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะมีการหารืออีกครั้งในช่วง 1-2 วันนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์ และจะเสนอครม.ให้รับทราบให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ มาตรการที่จะออกมานั้น จะเป็นลักษณะบูรณาการ โดยมีทั้งมาตรการยืดเวลาชะระหนี้ พักหนี้ สนับสนุนวงเงินช่วยเหลือ เป็นต้น โดยจะมีทั้งการให้ความช่วยเหลือ การปรับโครงสร้างภาคเกษตรของประเทศ โดยในหลักการจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน จากปัญหาภัยธรรมชาติ ไม่ว่าภัยธรรมชาติชนิดใดก็ตาม จำเป็นที่จะต้องให้เกษตรกรมีเงินเพื่อใช้ในการดำรงชีพได้

"มาตรการที่ออกมาจะเป็นมาตรการที่บูรณาการ โดยอาจจะมีการแจกเงินให้เกษตร ในพื้นที่ที่มองแล้วว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย ซึ่งวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการจะต้องมีการหารือให้จบ ซึ่งยืนยันว่ามาตรการครั้งนี้เป็นมาตรการผสมผสานจริงๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากมาตรการที่เคยดำเนินการไปแล้ว โดยมาตรการครั้งนี้ เป็นการทำงานล่วงหน้า เรามองปัญหาล่วงหน้า เพื่อหาแนวทางป้องกัน เป็นแนวคิดในการทำงาน ไม่ใช่เห็นปัญหาแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่า ปัญหาภัยแล้งในปี 59 จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ซึ่งถือกว่าปกติ โดยจะแบ่งเป็น 2 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว 1.พื้นที่วิกฤติลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่กลอง 26 จังหวัด 2.พื้นที่ประสบภัยพิบัติทั่วไป โดยแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ จะเน้นไปที่พื้นที่วิกฤตเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯจะมีการนำข้อมูลที่เตรียมไว้ เกี่ยวกับการจัดพื้นที่โซนนิ่งภาคเกษตรมาใช้ในการประกอบการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้วในครั้งนี้ โดยยอมรับว่า อาจจะมีบางพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกไม่ได้ ก็จะต้องหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไป

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ในเบื้องต้น ธ.ก.ส.จะส่งพนักงานไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือ ส่วนพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกไม่ได้ อาจจะมีการแนะนำ เชิญชวนเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก เช่น ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยลง

ส่วนนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนทางการเงินทุกรูปแบบ เช่น ยืดระยะเวลาชำระหนี้ และมีการวางแผนอย่างบูรณาการ เป็นต้น

ขณะที่นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ภัยแล้งในครั้งนี้ประเมินว่าจะส่งผลให้รายได้ภาคเกษตรลดน้อยลง ดังนั้นจะต้องมีการเสริมรายได้ในช่องทางอื่นผ่านวิสาหกิจชุมชน และสินค้าผลิตภัณฑ์ในตำบล รวมถึงได้มีการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ในการหาช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส