กลับไปทดสอบ 1400 จุดอีกรอบ
SET View
- แนวโน้ม SET ยังทรงตัวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มเบาบางลง และพลิกสถานะกลับมาเป็นซื้อสุทธิ เล็กน้อยในช่วงหลัง (ต่างชาติซื้อสุทธิ 4 วันจากช่วง 5 วันทำการหลังสุด)
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าแนวต้านเดิมที่ 1405 จุด น่าจะยังทำงานได้ดี มีโอกาสที่ SET จะพบกับแรงขายกดดันเมื่อขึ้นไปทดสอบแนวต้านดังกล่าว ประเมินกรอบ SET วันนี้ 1385-1405 จุด ในระยะกลาง เรายังคงมอง SET ในทิศทาง sideway จึงแนะนำให้รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ
• วันนี้ ครม.จะพิจารณานโยบายกระตุ้นการลงทุนจาก BOI ซึ่งอาจรวมถึงการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ยกเว้นภาษีสูงสุดจากเดิม 8 เป็น 13 ปี) และกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, ROJNA, WHA มีการเก็งกำไรตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ขอให้ระวังการ Sell on fact เมื่อมีมติ ครม. ออกมา
• กระแสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ภายในปีนี้ยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง หลังจาก วานนี้ Dennis Lockhart ประธาน Fed สาขาแอตแลนต้า ซึ่งเป็นสมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตในการประชุม Fed ปีนี้ ออกมาให้ความเห็นว่า Fed มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ บนความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
กลยุทธ์การลงทุน : ขายแล้วรอดูสถานการณ์ หรือ เก็งกำไรสั้นหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว
- Top Daily Pick : SIRI (มูลค่าเหมาะสม 2.22 บาท) ยอด Presales ใน 8M58 เติบโตแรงสุดในกลุ่มอสังหาฯใน coverage ของเรา, Valuation ไม่แพง (P/E ratio 7.5 เท่า, dividend yield 6.6%) และ SCN (มูลค่าเหมาะสม 14.2 บาท) ราคาปรับตัวลดลงในช่วงก่อนหน้าจนมี Upside จากราคาเหมาะสมสูงถึง 40%, มี Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากงาน EPC ตามแผนขยายสถานี NGV ของ PTT ในปี 2559
- Technical Pick : IFEC TRUE BTC KC PICO (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการลงทุนของ BOI (ครม.พิจารณา 22 ก.ย.นี้) (AMATA, ROJNA, WHA)/หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ ซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม (GLOBAL, HMPRO)
Strategy Talk
- กรณี SSI นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นธนาคาร
ประเด็น SSI UK ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SSI หยุดผลิตเหล็กแท่งแบนชั่วคราว หลังจากประสบภาวะขาดทุน โดย SSI มียอดหนี้ที่กู้จากธนาคารรายใหญ่ 3 แห่ง รวมกัน 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น SCB 2.2 หมื่นล้านบาท, KTB 2.2 หมื่นล้านบาท และ TISCO 4.4 พันล้านบาท ทำให้ทั้ง 3 ธนาคารเตรียมการตั้งสำรองสำหรับกรณีนี้ ดังนี้
• SCB ต้องตั้งสำรองเพิ่มราว 1-1.1 หมื่นล้านบาท แต่ SCB มีนโยบายขายหลักทรัพย์ในพอร์ตลงทุนของธนาคาร คาดจะมีกำไรเข้ามาราว 7-8 พันล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อกำไรสุทธิของธนาคารได้ค่อนข้างมาก
• ฝ่ายวิจัยภัทรได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ SCB ในปีนี้ลงราว 4% จาก 4.87 หมื่นล้านบาทเหลือ 4.67 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนการตั้งสำรองครั้งนี้ พร้อมกันนั้น ได้ปรับลดมูลค่าเหมาะสมจาก 147 บาท เหลือ 140 บาท เนื่องจากมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยไม่สดใส
• TISCO เตรียมตั้งสำรองเพิ่มราว 1.4-1.5 พันล้านบาทใน 3Q58 นี้ทันที เพื่อให้ครบ 100% โดยในส่วนของสินเชื่อที่ให้กับ SSI UK ธนาคารมีแผนที่จะตัดหนี้สูญในภายหลังจากการตั้งสำรองเต็ม 100% คาดว่าจะทำให้ NPL ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.34% ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยภัทร ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลง 6.4% เหลือ 3.8 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการตั้งสำรองในครั้งนี้ แต่คงมูลค่าเหมาะสมที่ 34 บาท เช่นเดิม
• KTB ก่อนหน้านี้ มีการตั้งสำรองไปแล้วราว 54% และเตรียมตั้งสำรองเพิ่มอีกราว 9 พันล้านบาท เนื่องจาก KTB รักษาระดับสำรองทั่วไปและสำรองส่วนเกินให้มากกว่าระดับที่เพียงพออยู่เสมอ ซึ่งจะสามารถโอนเป็นสำรองพึงกันสำหรับกรณี SSI ได้ แต่จะทำให้อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ลดลงจาก 124% ณ สิ้น 2Q58 เหลือ 92% ดังนั้น เพื่อรักษาระดับ Coverage ratio ให้เกิน 100% KTB จะตั้งสำรองเพิ่มเติมใน 3Q58 ราว 6 พันล้านบาท (ข้อมูลเพิ่มเติม: กำไรใน 1H58 ของ KTB เท่ากับ 1.64 หมื่นล้านบาท) ปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยภัทร ประเมินมูลค่าเหมาะสม 16 บาท
ในเชิงกลยุทธ์ ราคาหุ้นธนาคารเหล่านี้ปรับตัวลดลงตามข่าวลบ ในระยะสั้น อาจทำ Technical rebound ได้ โดยเฉพาะ SCB ซึ่งราคาปรับตัวลดลงมา 3.8% เทียบกับราคาปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับประมาณการกำไรที่ลดลงไป แต่นักลงทุนควรเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง เพราะในเชิงพื้นฐาน ราคาหุ้นปัจจุบันยังอยู่สูงกว่ามูลค่าเหมาะสม สำหรับกรณีซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว เราแนะนำว่า ควรรอให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาจนมี Upside อย่างน้อย 10% ก่อน









