วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คมนาคมแจงแผนฟื้นฟูกิจการ 'ร.ฟ.ท.'

"ออมสิน" รมช.คมนาคม แจงแผนขับเคลื่อนการฟื้นฟูกิจการ "ร.ฟ.ท." หวังเป็นองค์กรเข้มแข็ง

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการขับเคลื่อนการฟื้นฟูกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อให้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง โดยยืนยันว่ามีแผนการพัฒนางานของรถไฟทุกด้านจะมีตัวชี้วัดและกรอบดำเนินการที่ชัดเจน เบื้องต้นจะครอบคลุมแนวทางที่จะพัฒนารถไฟทางคู่ใหม่ 6 เส้นทาง โดยกำชับผู้บริหาร ร.ฟ.ท.ไปแล้วว่ารถไฟทางคู่จะต้องเริ่มกระบวนการเชิญชวนประกวดราคาทั้งหมดภายในปี 2558 เพื่อให้ทุกโครงการดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในปี 2562 ซึ่งจะทำให้การเดินรถไฟเกิดความคล่องตัวมากขึ้นกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดด้านการลดอุบัติเหตุ ซึ่งขีดกรอบเวลาว่าจะต้องแก้ไขปัญหาจุดตัดกว่า 3,000 จุดเสร็จภายในปี 2559

ขณะเดียวกันโครงสร้างการให้บริการเดินรถ ร.ฟ.ท.จะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนการให้บริการรถโดยสารมีเพียงร้อยละ 2-3 หลังจากนี้ขอให้เพิ่มสัดส่วนดังกล่าว โดย 2-3 ปีข้างหน้าจะต้องมีการบริการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างเป็นนัยสำคัญ หรือเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 5

สำหรับปัญหาผลประกอบการของ ร.ฟ.ท. ปัจจุบันมีภาระหนี้และผลขาดทุนสะสมประมาณกว่า 110,000 ล้านบาท หลังจากนี้ตามขั้นตอนดำเนินการวงเงินดังกล่าวจะมีการโอนภาระหนี้ที่เกิดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลับไปให้กระทรวงการคลังประมาณ 40,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะมีการนำที่ดินของ ร.ฟ.ท.โดยเฉพาะที่ดินมักกะสันที่จะนำไปให้กรมธนารักษ์บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสัญญาที่จะมีการเจรจากัน โดยคาดว่าจะมีการตีมูลค่าการลงทุนส่วนนี้ที่ ร.ฟ.ท.จะได้รับไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวขณะนี้กระทรวงคมนาคมรอให้ผู้บริหาร ร.ฟ.ท.มารายงานความคืบหน้าผลเจรจากับกระทรวงการคลัง โดยหากเป็นไปตามขั้นตอนต่าง ๆ ในอนาคตจะเหลือหนี้เพียงกว่า 10,000 ล้านบาท เมื่อมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเชื่อว่าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า ร.ฟ.ท.จะมีผลดำเนินงานเสมอตัวหรือมีกำไรเล็กน้อย

ส่วนการแยกบทบาทของ ร.ฟ.ท.กับกรมรางที่กำลังจะจัดตั้งนั้น หลังจากการหารือทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และแอร์พอร์ตลิงค์ ก็เข้าใจบทบาทชัดเจนว่ากรมรางมีหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการให้บริการระบบราง ขณะที่ ร.ฟ.ท.และหน่วยงานอื่น ๆ ยังเป็นผู้บริหารการเดินรถต่อไป