Fed คงดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ข่าวดี
SET View
- แนวโน้ม เมื่อวันศุกร์ SET อ่อนแรงกว่าที่เราคาดไว้ โดยไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ระดับ 1400 จุด และย่อลงมาปิดที่ 1390.32 จุด (+0.62 จุด) ทั้งๆที่มีประเด็นข่าวบวกจากการคงดอกเบี้ยของ Fed ส่วนตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ ตอบสนองในเชิงลบต่อข่าวนี้ด้วยการปรับฐานแรงทั้งเยอรมัน -3.1%, ฝรั่งเศส -2.6%, ดาวโจนส์ -1.7%, S&P500 -1.6% เช่นดียวกับ ราคาน้ำมันดิบโลกที่ทรุดแรง ทั้ง Brent -3.3% และ WTI -4.7%
เราประเมินทิศทาง SET วันนี้ มีแนวโน้มพักตัวตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยมีแนวรับ 1380 จุด แนวต้าน 1395 จุด
ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ
• ผลการเลือกตั้งของกรีซอย่างไม่เป็นทางการ (นับคะแนนไปแล้ว 60%) พรรครัฐบาลเดิมอย่างพรรค Syriza นำเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 35% ตามมาด้วยพรรคฝ่ายค้านเดิมอย่างพรรค New Democracy ที่มีคะแนน 28% หากพรรค Syriza ชนะการเลือกตั้ง จะทำให้ข้อตกลงที่กรีซทำไว้กับเจ้าหนี้ในกลุ่มยูโรโซน ดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด
• John Williams ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโกและเป็นสมาชิก Fed ที่มีสิทธิ์โหวต (Voting member) ในปีนี้ เชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ เพราะมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ สอดคล้องกับโพลล์ล่าสุดของ CNBC ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กว่า 56% เชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ ดังนั้น เรามองว่า ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging markets) อาจจะผ่อนคลายระยะสั้นจากผลการประชุม Fed เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ตลาดมีโอกาสกลับมากังวลอีกครั้งเมื่อการประชุมครั้งถัดๆไปใกล้เข้ามา
กลยุทธ์การลงทุน : ขายแล้วรอดูสถานการณ์/ เก็งกำไรสั้นหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว
- Top Daily Pick : AMATA (มูลค่าเหมาะสม 19 บาท) เก็งกำไรประเด็นข่าวนโยบายใหม่ของ BOI ที่จะเข้าที่ประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ และ SCN (มูลค่าเหมาะสม 14.2 บาท) ราคาปรับตัวลดลงในช่วงก่อนหน้าจนมี Upside จากราคาเหมาะสมสูงถึง 40%, มี Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากงาน EPC ตามแผนขยายสถานี NGV ของ PTT ในปี 2559
- Technical Pick : BANPU TTA AMATA PSL VNG (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการลงทุนของ BOI (ครม.พิจารณา 22 ก.ย.นี้) (AMATA, ROJNA, WHA)/หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ ซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม (GLOBAL, HMPRO)
Strategy Talk
- เริ่มฤดูกาล Preview ผลประกอบการ 3Q58
ในช่วงนี้ นักวิเคราะห์ในตลาดเริ่มเข้าประชุมกับผู้บริหารเพื่อสอบถามถึงแนวโน้มผลประกอบการใน 3Q58 โดยกลุ่มแรกๆที่เริ่มจัดประชุมนักวิเคราะห์ได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร วันนี้ เรานำเสนอแนวโน้มผลประกอบการในหุ้นกลุ่มสื่อสาร 2 บริษัทที่น่าสนใจ ดังนี้
DTAC (ขาย, มูลค่าเหมาะสม 71 บาท)
• นักวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิใน 3Q58 เท่ากับ 1 พันล้านบาท (-27% QoQ, -61% YoY) เป็นผลมาจากรายได้ที่ชะลอตัวลง (-10% QoQ, -5% YoY) เพราะยอดลูกค้าใหม่สุทธิยังมีแนวโน้มชะลอตัวกดดันค่าบริการลดลง 3% QoQ, บริษัทลดการอุดหนุนเครื่องมือถือกดดันรายได้จากการขายมือถือลดลง 40% QoQ ขณะที่ต้นทุนเกี่ยวกับโครงข่าย, SG&A และดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น และคาดต้องบันทึกขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนราว 267 ล้านบาท
• มีโอกาสปรับลดประมาณการกำไรปี 2558-2559 ลงอีก เพราะคาดกำไรใน 9M58 มีสัดส่วนเพียง 61% ของประมาณการทั้งปี เนื่องด้วยการฟื้นตัวของกำไรไม่สดใส เราคงคำแนะนำ “ขาย”
ADVANC (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 288 บาท) (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Earnings Preview เช้านี้)
• นักวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิใน 3Q58 เท่ากับ 8.7 พันล้านบาท (-12% QoQ, -3% YoY) เนื่องจากรายได้ค่าบริการที่ชะลอตัวลง (-1% QoQ, +3% YoY), นโยบายอุดหนุนเครื่องมือถือแก่ลูกค้า กดดันมาร์จิ้นให้พลิกเป็น -20% จาก +2% ใน 2Q58, ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดผ่านสื่อโทรทัศน์สูงขึ้น, ดอกเบี้ยจ่ายมากขึ้น 6% QoQ หลังกู้เงินเพิ่มอีก 1.2 หมื่นล้านบาท
• แนวโน้มกำไรคาดว่าฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q58 เป็นต้นไป จากปัจจัยฤดูกาลหนุนรายได้ค่าบริการ, การเริ่มวางจำหน่ายมือถือรุ่นใหม่ iPhone 6S หนุนรายได้จากการขายเครื่อง
• สำหรัวกำไรทั้งปี 2558 คาดว่ามีความเสี่ยงขาลงจากประมาณการของเราไม่มากเพียง 4-5% จึงคงประมาณการกำไรปี 2558-2559 ไว้เช่นเดิม แนะนำ “ซื้อ”
ในเชิงกลยุทธ์ เรามีความเห็นสอดคล้องกับเชิงพื้นฐาน กล่าวคือ เราชอบ ADVANC มากกว่า DTAC ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
• ผลประกอบการปีนี้ที่แน่นอนและมั่นคงกว่า เพราะดังที่กล่าวไว้ข้างต้น คาดกำไรของ DTAC ใน 9M58 คิดเป็นเพียง 61% ของประมาณการทั้งปีนี้ ทำให้มีความเสี่ยงในการปรับลดประมาณการลง
• Dividend yield แม้ว่า ราคาหุ้น DTAC จะปรับฐานลงแรงต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนเงินปันผลปี 2559 ของ DTAC อยู่ที่ 6.4% ยังน้อยกว่า ADVANC ที่ระดับ 7.2%
• Valuation ADVANC ซื้อขายที่ P/E ratio ณ สิ้นปี 2558 ที่ 17.4 เท่า ถูกกว่า DTAC ที่มี P/E ratio 19.8 เท่า ขณะที่อัตราการเติบโตกำไรของ ADVANC ดูดีกว่า (+11% YoY ในปีนี้และ +26%YoY ในปีหน้า) เทียบกับ DTAC (-27% YoY ในปีนี้และ +9% YoY ในปีหน้า)









