หุ้นถูกเทขายมากเกินไป
ประเด็นการลงทุน
เราแนะให้นักลงทุนมองข้ามผลประกอบการไตรมาส 3/58 ที่คาดว่าจะออกมาแย่มาก (ซึ่งผลประกอบการมีแนวโน้มที่จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 4/58) และมุ่งไปที่ผลประกอบการที่มีจะเริ่มดีดกลับในปี 2559 และเนื่องจากกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 รวมถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ช้ากว่าที่คาดก่อนหน้า เราจึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 15% (มาอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท) และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 6% (มาอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท) และปรับลดราคาเป้าหมายลงอีก 7% (เหลือ 88 บาท) ถึงแม้ว่าจะปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม แต่เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น DTAC เนื่องจากการคาดการณ์การฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2559 และอัพไซด์ในอนาคตที่จะมาจากการคาดการณ์ว่า DTAC มีแนวโน้มเป็นผู้ชนะประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซและดีลบริษัทร่วมทุนที่ DTAC จะจัดตั้งขึ้นในอนาคตร่วมกับกสท.
ส่องกล้องไตรมาส 3/58—กำไรสุทธิแย่ลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 1.14 พันล้านบาท ลดลง 56% YoY และ 18% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักอยู่ที่ 1.43 พันล้านบาท ลดลง 44% YoY และ 9% QoQ เนื่องจากรายได้ที่ลดลง (ไม่มีผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของรายได้ตามฤดูกาล QoQ) และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายด้านการทำตลาด ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและจัดการทั่วไป และภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งกลบผลกระทบจากผลขาดทุนที่ลดลงของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือ เราคาดต้นทุนด้านกฎระเบียบมีแนวโน้มทรงตัว QoQ และผลขาดทุนรวมถึงมาร์จิ้นของการขายเครื่องโทรศัพท์มีแนวโน้มลดลง (-16% ในไตรมาส 3/58 เทียบกับ -19% ในไตรมาส 3/57 และ -20% ในไตรมาส 2/58) เนื่องจากการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ลดลง รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) ลดลง 2% YoY และ 1% QoQ เนื่องจากรายได้บริการเสียงที่ลดลง 16% YoY และ 4% QoQ ซึ่งผลกระทบของรายได้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 4% QoQ (ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 2/58) จำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่ยังคงติดลบในไตรมาส 3/58 เนื่องจากผลกระทบทางลบที่ต่อเนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่ระบบพรีเพดที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการจดทะเบียนผู้ใช้บริการระบบพรีเพดเข้าสู่ระบบ
คลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิร์ซจะคืนกลับให้กสทช.ทันก่อนประมูลเดือนพ.ย.หรือไม่
ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่สำหรับ การคืนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ จำนวน 5 เมกะเฮิร์ซกลับไปให้กับกสทช. เพื่อนำไปใช้ในการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซรวมเป็นจำนวน 30 เมกะเฮิร์ซในเดือนพ.ย.นี้ แต่เรายังคงไม่มั่นใจว่า DTAC และกสท. จะสามารถคืนคลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิร์ซดังกล่าวได้ทันก่อนที่จะมีการประมูลในเดือนพ.ย.หรือไม่ เนื่องจากอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 3 เดือนสำหรับขั้นตอนการโอนย้ายคลื่นความถี่
และความเป็นไปได้ของการแก้ไขสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซของ DTAC อีกด้วย สำหรับประเด็นเรื่องที่กสทช.อนุมัติให้ DTAC และกสท.เข้าใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซจำนวน 20 เมกะเฮิร์ซที่ยังไม่ได้ใช้งานเพื่อนำไปให้บริการ 4จี ยังคงเหลือขั้นตอนของการรออนุมัติจากครม. เราเชื่อว่าเป็นอัพไซด์สำหรับรายได้ที่จะมาจากบริการ 4 จีที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตสำหรับ DTAC
ดีลการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง DTAC และกสท.เหลือเพียงแค่ขั้นตอนรออนุมัติจากครม.
การตั้งบริษัทร่วมทุนสองบริษัทระหว่าง DTAC และกสท. ซึ่งได้แก่ บริษัทเสาสัญญาณโทรคมนาคมและบริษัทสายส่งสัญญาณ ได้รับการอนุมัติจากบอร์ดของ DTAC และกสท.เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และครม.ในขั้นตอนต่อไป โดยทั้ง DTAC และกสท. จะเข้าไปถือหุ้นและมีอำนาจในการควบคุมในบริษัทร่วมทุนทั้งสองบริษัท โดย DTAC อาจจะทำการใส่เงินเข้าไปผ่านกสท.หรือบริษัทร่วมทุนทั้งสองบริษัท การโอนสินทรัพย์เข้าไปในบริษัทร่วมทุนทั้งสองบริษัทจะประกอบไปด้วยสินทรัพย์ซึ่งได้แก่ เสาสัญญาณ 2 จีที่มีข้อพิพาททางกฎหมายและสายส่งสัญญาณ 2 จีที่โอนถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด นอกจากนี้แล้วดีลการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนยังเกี่ยวข้องกับเรื่องการเคลียร์กรณีข้อพิพาทหรือคดีความด้านกฎหมายสำหรับทุกคดีที่อยู่ในชั้นศาลระหว่าง DTAC และกสท.อีกด้วย เราเชื่อว่าบริษัทร่วมทุนดังกล่าวถือว่าเป็นอัพไซด์ต่อ DTAC ในอนาคต ในแง่ของการลดภาระเงินลงทุน และการรับรู้แหล่งรายได้ใหม่ในอนาคตที่จะมาจากค่าเช่าที่ต่อเนื่องในระยะยาวจากบริษัทร่วมทุน









