วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 16 กันยายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง ขณะที่คาดการณ์กำลังการผลิตเชลล์ออยล์ในสหรัฐลดลง

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวดีขึ้น หลังสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ย. 58 ว่าปรับตัวลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ไปอยู่ที่ระดับ 455.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล รวมถึงการรายงานว่าตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง ปรับลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุน จากการที่สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ได้เปิดเผย ตัวเลขคาดการณ์ของกำลังการผลิตเชลล์ออยล์ (shale oil) ในสหรัฐว่าจะปรับตัวลดลงในเดือน ต.ค. ประมาณ 80,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 5.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับกำลังการผลิตในแหล่ง Eagle Ford ถูกคาดการณ์ว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ซึ่งในเดือน ต.ค. จะลดลง 62,000 บาร์เรล สู่ระดับ 1.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทางด้านกำลังการผลิตในแหล่ง Bakken คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 โดยจะลดลง 21,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ 1.18 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค.

+ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ปรับตัวดีขึ้นยังเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว โดยตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ส.ค. และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้นับเป็นการปรับตัวดีขึ้นติดต่อกัน 6 เดือน ซึ่งตัวเลขยอดค้าปลีกที่ดีขึ้นช่วยบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในสหรัฐ ยังคงแข็งแกร่ง

- อย่างไรก็ดี องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เตรียมปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากที่ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา OECD ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ สู่ระดับ 3.1% จาก 3.7% ในการคาดการณ์เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ปรับตัวลดลงตามปริมาณอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ดี อุปสงค์ที่ดีในภูมิภาคเอเชียยังคงช่วยสนับสนุนให้ราคาลดลงไปไม่มากนัก

ราคาน้ำมันดิบดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ที่ดีในแอฟริกาตะวันตก เวียดนาม และเมียนมาร์ ยิ่งไปกว่านั้น การปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในภูมิภาคยังส่งผลให้อุปทานค่อนข้างตึงตัว


ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่จะมีกำหนดจะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ ว่าจะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก Bloomber พบว่าโพลที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้มีเพียง 48% ถือว่าลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือนที่ 77% อย่างไรก็ดี นางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed ย้ำว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขคาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปี 59 ว่าจะลดลง 400,000 บาร์เรลต่อวันสู่ระดับ 8.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงกว่า 1 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตสูงสุดในปี 58 ที่ 9.61 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (สิ้นสุดวันที่ 4 ก.ย.) ปรับลดลง 13 หลุม สู่ระดับ 662 หลุม ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกจากที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์

- จับตาความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังล่าสุดกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้บุกเข้ายึดครองบ่อน้ำมันจาซาล ซึ่งเป็นบ่อน้ำมันแห่งสุดท้ายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลซีเรียแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ บ่อน้ำมันจาซาลเป็นบ่อน้ำมันขนาดกลาง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโบราณ พัลไมรา ซึ่งถูกกลุ่มไอซิสยึดครองอยู่ และอยู่ใกล้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของประเทศซีเรียอีกด้วย อย่างไรดี แม้ว่าซีเรียจะไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่แต่อาจทำให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะบานปลายและส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆในตะวันออกกลางได้

- ติดตามเศรษฐกิจจีนว่าจะดำเนินไปในทิศทางอย่างไรต่อไป หลังเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กดดันราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยล่าสุดตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศจีนปรับตัวลดลงแล้วกว่าร้อยละ 13.4 หรือประมาณ 6.26 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนก็ปิดร่วงต่อเนื่อง แม้ว่าทางการจีนจะพยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดไปแล้วก็ตาม

                                                            -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999