SPA โดดเด่นด้วยแบรนด์ของตนเองและผลประกอบการที่เติบโตสูง
สำนักวิจัยทิสโก้ เริ่มต้นวิเคราะห์หุ้น SPA ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากสำนักวิจัยทิสโก้มองว่า SPA เป็นหุ้น Growth Stock ที่มี Exposure อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและสุขภาพที่จะยังคงเป็นจุดแข็งของประเทศต่อไป โดยสำนักวิจัยทิสโก้เชื่อว่าบริษัทยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมากผ่านการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ ทั้งจากขาย Franchise และการทำ M&A โดยสำนักวิจัยทิสโก้คาดผลกำไรของบริษัทจะเติบโตสูงถึง 39% CAGR ในช่วง 2016-2018F ราคาเป้าหมายของสำนักวิจัยทิสโก้อยู่ที่ 10.4 บาท ยังมี upside จากราคาหุ้นปัจจุบันอีก 18%
แบรนด์แข็งแกร่งและพื้นฐานที่มั่นคงพร้อมเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
SPA เป็นผู้ประกอบธุรกิจสปาแบบครบวงจรครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้บริการตั้งแต่ระดับ 3-5 ดาว มีโรงเรียนสอนนวดเป็นของตัวเองไปจนสู่การให้บริการและขายสินค้าเกี่ยวข้อง โดยแบรนด์ของบริษัทได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมากจนได้รับคัดเลือกเป็นสปาที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและยังติดอันดับ 1 ใน 8 สปาสุดหรูของโลก (สาขาเชียงใหม่)
เติบโตผ่านการขยายสาขาเชิงรุกทำให้เกิด Economy of scale
สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าบริษัทจะเปิดสาขาใหม่ 8 สาขาในปีนี้ (+61%) และปีละ 5-6 สาขาในอีก 3 ปีข้างหน้า ผ่านการขายแฟรนไชส์และ M&A โดยจะเน้นตลาดชาวไทยและ AEC มากขึ้น โดยผ่านแบรนด์ Let’s Relax (4 ดาว) และ Baan Suan (3 ดาว) ซึ่งเป็น Segment ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ การขยายสาขานอกจากทำให้เกิดการประหยัดจากขนาดแล้วยังช่วยเพิ่มโอกาสในขายสินค้าสปาผ่านหน้าร้านอีกด้วย นอกจากนั้นยังมี Upside อีกมากจากการรับจ้างบริหารกิจการสปาและรายได้จากการขาย Franchise แบรนด์ Let’s Relax ในประเทศจีน โดยจะเริ่มสาขาแรกใน 4Q15 อีกทั้งบริษัทยังมีสถานะฐานะการเงินแข็งแกร่ง (เป็น Net Cash) ทำให้บริษัทยังมีศักยภาพในการขยายสาขาได้อีกมากโดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน
แนะนำ “ซื้อ” มีโอกาสเติบโตอีกมากตามการขยายตัวของธุรกิจ
สำนักวิจัยทิสโก้ประเมินราคาที่เหมาะสมของ SPA ไว้ที่ 10.4 บาท อิง DCF (WACC 8.8%, TG 5%) ที่คิดเป็น PER ปี 2016 ที่ 39 เท่าคิดเป็น PEG ที่ 1.1 เท่า ทั้งนี้ในประมาณการยังไม่ได้รวม Upside จากการขาย Franchise เพิ่มเติมในจีนซึ่งสำนักวิจัยทิสโก้มองว่ายังมีโอกาสขยายได้อีกมาก (ประชากรใน 3 มณฑลที่บริษัทได้ทำสัญญามีจำนวนถึง 187 ล้านคน สูงกว่าประชากรไทยทั้งประเทศถึง 2.9 เท่า) ทั้งนี้สำนักวิจัยทิสโก้ประเมินมูลค่าแบบอนุรักษ์นิยมว่าทุก 1 สาขาที่ขายแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นจะเพิ่มมูลค่าหุ้น SPA ราว 0.10 บาท/หุ้น ความเสี่ยง: บุคลากรขาดแคลน, ความอ่อนไหวต่อความไม่สงบในประเทศ, ผลการดำเนินงานของสปาในจีน








