วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

YLGลุ้นเฟดคงดอกเบี้ยดันทองแตะ1,200ดอลลาร์

"วายแอลจี" แนะจับตาประชุมเฟด 16-17 ก.ย.นี้ หากคงดอกเบี้ยลุ้นราคาทองคำแตะ 1200 เหรียญ ชี้หากหั่นกดดันทองหลุด 1,070-1,050 ดอลลาร์

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อ
เนื่องจนอ่อนค่า ที่สุดในรอบ 6 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2552 เกิดจากแนวโน้มการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ และความอ่อนแอจากปัจจัยภายในประเทศ
ทั้งเรื่องการส่งออก ที่ชะลอตัวอย่างมากจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนซึ่ง เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย มองว่าจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ
ราคาทองคำในประเทศให้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยมองว่า ในเดือนนี้ ปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม คือการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 กันยายนที่จะถึงนี้ ว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ โดยวายแอลจีมอง2 ประเด็น คือฝั่งที่สนับสนุนให้เฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ให้เหตุผลว่าจะทำให้เสถียรภาพทางการเงินต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น โดยที่ผ่านมาตัวเลขทางเศรษฐกิจส่งสัญญาณที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานที่เริ่มอยู่ในระดบต่ำบ่งบอกการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แต่หากยังปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละศูนย์จะทำให้สินเชื่อเติบโตเร็วจนเกินไป จนทำให้อาจเกิดฟองสบู่เศรษฐกิจแตกและต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบก้าวกระโดดซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่า

ขณะที่ทางฝั่งที่ต้องการให้ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีเหตุผลว่าหากเฟดรีบขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้แล้วเศรษฐกิจสหรัฐฯเกิดสะดุดขึ้นมาอีก จะเป็นผลเสียต่อ
เศรษฐกิจมากกว่า จนสุดท้าย เฟดก็ต้องกลับมาทำ QE อีกรอบจะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจอย่างมาก นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนเกิดการชะลอตัว ซึ่งจีนเป็นคู่ค้าราย
ใหญ่ของสหรัฐ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้จะกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก รวมถึงประเทศอื่นจะได้รับผลกระทบตามไปด้วยอีกมากมาย ซึ่ง
ประเด็นนี้เฟดได้เตรียมแผนรับมือไว้หรือยัง

โดยวายแอลจีมองว่าหากที่ประชุมดังกล่าวมีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงหลุดระดับ 1,070-1,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แต่หากเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับร้อยละศูนย์เหมือนเดิมจะส่งให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในทันที คาดว่าราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสไป
ทดสอบระดับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขในตลาดแรงงาน และตัวเลขดัชนีต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศนั้นยังต้องติดตามค่าเงินบาท ที่ยังคงแนวโน้มการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนอาจต้องเก็งกำไรในกรอบไปก่อนจนกว่าจะมี ความชัดเจนเกิดขึ้นในเรื่องดอกเบี้ยนโยบายของเฟด และหากราคาปรับตัว
ขึ้นใกล้แนวต้าน 1,180-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 20,100-20,500 บาทต่อบาททองคำ ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นตามมา ขณะที่หากราคา
ทองคำอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,100-1,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,800-18,400 บาทต่อบาททองคำอาจเข้าซื้อ และอาจต้องชะลอออกไปหากราคาหลุด 1,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,000 บาทต่อบาททองคำ