"สมคิด" รองนายกฯ สั่ง "คมนาคม" เร่งลงทุนปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ย้ำไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมหนุนดึงเอกชนร่วมลงทุน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงคมนาคม โดยภายหลังหารือ ระบุว่าเพื่อเป็นการผลักดันนโยบายและแผนการลงทุนของกระทรวงคมนาคมตามที่ พล.อเ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมาย โดยย้ำว่างานกระทรวงคมนาคมมีความสำคัญอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะโครงการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือกเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอี ไปแล้ว โดยมาตรการต่าง ๆ เพียงพอและเศรษฐกิจประเทศขณะนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่อยากให้การลงทุนของกระทรวงคมนาคมหลังจากนี้เป็นการลทุนเพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยุทธศาสตร์หลายด้าน โดยให้จัดอันดับความสำคัญโครงการลงทุนแต่ละโครงการ
สำหรับแนวทางแรก คำนึงถึงการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ การเชื่อมต่อจะต้องทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางของเออีซีให้ได้ ประเทศไทยจึงถือว่าได้รับประโยชน์ โดยความเป็นศูนย์กลางไม่ว่าเป็นการเชื่อมโยงกับประเทศจีนผ่านไทยลงสู่ภาคใต้หรือการเชื่อมโยงแนวเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่จะเชื่อมจากเวียดนามผ่านไทยไปยังอินเดีย ซึ่งการเป็นศูนย์กลางโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ ส่วนแนวทางที่ 2 การลงทุนเพื่อเสริมความสามารถแข่งขันของประเทศ โดยให้คำนึงถึงการเชื่อมต่อของอุตสาหกรรมหรือคัสเตอร์ภายในประเทศ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ เช่น อุตสาหกรรมในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ปกติจะมีการลงทุนหลายแสนล้านต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่ง เพื่อเสริมศักยภาพกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้มากขึ้น
นายสมคิด กล่าวถึงการสนับสนุนการลงทุนแบบพีพีพี ว่า ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาว่ามีโครงการใดสามารถดึงให้เอกชนร่วมลงทุนเพิ่ม เพื่อลดภาระการใช้งบประมาณของภาครัฐ รวมถึงการใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ เพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนโยบายดังกล่าวเคยผลักดันแล้วในอดีตแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการได้รับผลตอบแทนของผู้ลงทุนอาจจะไม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ลงทุนต้องมีความเข้าใจ
นอกจากนี้ นายสมคิด ระบุว่าได้เร่งรัดแผนการก่อสร้างระบบขนส่งที่ขณะนี้ถือว่ายังมีความล่าช้าให้โครงการเดินหน้าได้รวดเร็วมากขึ้น เช่น โครงการรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาจราจร ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์จากมักกะสัน-ดอนเมือง โดยขอให้โครงการเหล่านี้คืบหน้ารวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันยังกำชับให้ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมแก้ปัญหาความปลอดภัยด้านการบินตามที่องค์กรหลายประเทศเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานกรมการบินพลเรือนของไทย หากไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะเป็นปัญหาระยะยาว
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคมตามแผนปี 2558-2559 ที่จะมีการประกวดราคาและลงทุน 17 โครงการ วงเงิน 1.6 ล้านล้านบาท อยู่ในแผนเรียบร้อย แต่ในอนาคตจะพิจารณาว่าโครงการที่จะเพิ่มหลังจากนี้มีโครงการใดบ้างที่จะลงทุนแบบพีพีพี และรูปแบบการทำพีพีพี จะแตกต่างจากอดีตที่การลงทุนเคยมีลักษณะที่ภาครัฐเป็นเจ้าของโครงการและดำเนินการก่อสร้างก่อนที่จะให้เอกชนเข้ามาบริหารโครงการต่อ หลังจากนี้จะทำรูปแบบเอกชนสามารถเข้าร่วมลงทุนตั้งแต่ต้น รวมถึงพิจารณาว่าโครงการใดสามารถใช้กองทุนในโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาลงทุนได้









