ดัชนีตลาดหุ้นไทยไม่สามารถผ่านแนวต้านทางเทคนิคที่ 1,388 จุด
แรงขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ฉุดดัชนีตลาดปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,370.75 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่ม 4.81 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 3.97 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นเป็นบวก ดัชนีตลาดหากไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,400 จุด ดัชนีตลาดจะปรับตัวลดลง ต่างชาติยังมีแนวโน้มขายสุทธิต่อเนื่อง สัญญาณเศรษฐกิจโลกไม่สดใส บวกกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ขาดความชัดเจนจะเป็นตัวแปรกดดันบรรยากาศการลงทุน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดผันผวนในกรอบแคบๆปิดเหนือแนวรับ 161.8% Fibonacci Projection ที่ 1,357 จุด หลังดัชนีตลาดทรุดตัวลงทดสอบแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,300 จุด ปริมาณการซื้อขายชะลอตัว แท่งเทียนเกิดเป็น Spinning สัปดาห์นี้หากดัชนีตลาดเปิดต่ำปิดสูง ดัชนีตลาดจะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,400 จุด แต่ถ้าดัชนีตลาดเปิดสูงปิดต่ำ ดัชนีตลาดจะปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,320-1,338 จุด
ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับ (Corrective Wave) 2)รอง เมื่อดัชนีตลาดสามารถกลับขึ้นยืนปิดเหนือ 1,456 จุด และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณ Modified Stochastic กลับมาเป็นบวก ขณะที่สัญญาณ RSI และ MACD เป็นลบ
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงหลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,381 จุด แต่ไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวต้านนี้ได้ เส้น Multiple Moving Average แบบ Long-Term Investor (MMA2) เรียงตัวแบบขาลงเป็นแนวต้านถัดไป จากหลักการของ Granville หากดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลายครั้งแล้วไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ดัชนีตลาดระยะสั้นจะมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของช่องว่าง (Gap) ที่ 1,320-1,338 จุด
แม้ระยะสั้นดัชนีตลาดจะมีทิศทางปรับตัวขึ้น แต่ระยะกลางขึ้นไปดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาลง
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก แต่การที่ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นแต่ปริมาณการซื้อขายไม่หนาแน่น จะทำให้ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นเพื่อลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,381-1,390 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,360-1,350 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ระยะสั้นดัชนีตลาดยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,388 จุด (เกิดจากอิทธิพลแนวต้านของ Tri-Star pattern) บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความไม่ชัดเจนด้านนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นักลงทุนระยะยาวที่ถือเงินสด เพิ่มน้ำหนักการลงทุน 25% ของเงินสดที่ถือหรือเท่ากับ 50% ของเงินสดที่ถือ เมื่อดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,335 จุด+/-









