ได้รับแรงหนุนจากงานก่อสร้างคอนโดมีเนียม
โอกาสรับงานได้สูงกว่าเป้าหมาย
เราคาดว่า SYNTEC มีโอกาสรับงานของปีนี้ได้ 7.5 – 8 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 7.3 พันล้านบาท โดยมีโครงการใหม่ในช่วง 6M58 ที่ทำได้แล้ว 6.1 พันล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมีเนียมทั้งหมด โดยบริษัทอยู่ระหว่างเข้าประมูลงานช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 6.9 พันล้านบาท คาดว่ามีโอกาสได้งานที่เข้าประมูลราว 25 - 30% หรือ 1.5-2 พันล้านบาท งานบางส่วนเป็นโครงการก่อสร้างบ้านของกลุ่มลูกค้าเก่า เช่น SPALI มูลค่า 1.6 พันล้านบาท และ AP รวมถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่นงานโรงแรม ที่มีมูลค่าสูง 1 พันล้านบาท เช่นโครงการ Hotel Nikko Bangkok ของ Aspire Enterprise และโรงแรมของกลุ่ม CP ซึงบริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งเรามองว่า SYNTEC ยังมีโอกาสรับงานต่อเนื่อง
ปี59 มีงานคอนโดมีเนียมรออยู่
สำหรับในปี 2558 เราคาดว่างานก่อสร้างคอนโดมีเนียมยังเป็นงานหลักที่จะช่วยหนุนงานในมือของ SYNTEC ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าเก่า ที่มีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมีเนียมในช่วง 4Q58 ของกลุ่มลูกค้าเก่าเช่น มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ ในช่วง 2H58 โดยเฉพาะใน 4Q58 เช่น SPALI มูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท และ AP มูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสต่อการรับงานที่ต่อเนื่องจากผู้ประกอบการที่คุ้นเคย และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 59
อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการใหม่ธุรกิจให้เช่า
SYNTEC อยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าซื้อกิจการธุรกิจให้เช่าในพื้นที่อื่นๆ ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนทีเหมาะสม เงินลงทุนราว 1 พันล้านบาท โดยพิจารณาซื้อโครงการแล้วนำมาพัฒนาใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ส่วนของค่าเช่าที่ปัจจุบันมีบันทึกรายได้ราว 150 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ 3 แห่งต่อเนื่องซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ในอีก 2 ปีข้างหน้าที่ราว 400 ล้านบาท ทั้งนี้หลังจากการพัฒนาโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จบริษัทมีแผนขายโครงการเพื่อสร้างกำไรให้บริษัทในอนาคต
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราประเมินว่า SYNEC เป็นหุ้นที่มีประเด็นลงทุนที่น่าสนใจจากแนวโน้มเติบโตของธุรกิจก่อสร้าง และโอกาสรับงานจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ส่งผลต่อการรับงานที่มีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ มีงานในมือสูงกว่าอดีตที่ 1.2 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้อีกประมาณ 1 – 2 ปี ขณะเดียวกันยังคงสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับ 12 - 13% รวมถึงมีแผนขยายธุรกิจสร้างรายได้เพิ่มจากค่าเช่า นอกจากนั้น ยังมีมูลค่าแฝงจากการลงทุนใน BMCL รวมถึงที่ดินซึ่งหากขายจะมีกำไรราว 300 ล้านบาทและโอกาสได้รับสิทธิ์ประโยชน์จากภาษีราว 500 ล้านบาทที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 ที่เรายังไม่ได้รวมในประมาณการ เราปรับใช้มูลค่าเหมาะสมของปีหน้าที่ 4 บาท (อิง P/E Multiple 14 เท่า) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 3.70 บาท






