ระยะสั้นผลกำไรไม่เด่น..แต่อนาคตมีโอกาสเติบโต
รอประมูลงานใหม่กว่า 2 พันล้านบาท
SEAFCO อยู่ระหว่างรอประมูลงานใหม่จากมูลค่ารวม 2.9 พันล้านบาท คาดหวังความสำเร็จราว 30% หรือประมาณ 800-900 ล้านบาท หลังจากทั้งปีประมูลงานได้แล้ว 1.2 พันล้านบาท หนุนงานในมือเพื่อเป็นรายได้ในปี 2559 งานหลักยังคงมาจากงานภาคเอกชน เช่นงานก่อสร้างในกลุ่มผู้ประกอบการทีอยู่อาศัย รายใหญ่ เช่น LH PS รวมถึง ลูกค้าจากธุรกิจค้าปลีก โดยในระยะใกล้มี งานรอเซ็นสัญญามูลค่าราว 200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังคงแผนขยายการรับงานในต่างประเทศปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบ งานเสาเข็มในประเทศพม่า มีโอกาสรับงานมูลค่าราว 200 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2558 ส่งผลต่องานในมือจากปัจจุบันที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านบาท ภายในสิ้นปี 2558
ปี2559 มีความหวังจากงานรถไฟฟ้า
เราคาดว่าการขับเคลื่อนของงบประมาณจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงท้ายของปี 2558 โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เริ่มจากงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท และคาดในปี 2559 จะมีความชัดเจนต่อเนื่องในรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู มูลค่ารวมกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อการรับงานต่อเนื่อง (Sub-Contract) จากผู้รับเหมาช่วงอย่างน้อย 300 ล้านบาท (เฉพาะงานค่าแรง) ต่อเส้นทางรถไฟฟ้า 1 สาย นอกจากจำนวนงานในมือจะเพิ่มขึ้น ในแง่ความสามารถในการทำกำไรยังทำได้ดีเนื่องจากเป็นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นราว 18-20%
สถานะการเงินแข็งแรงจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
SEAFCO อยู่ระหว่างเตรียมออกหุ้นกู้ราว 150 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ อย่างไรก็ดีเมื่อรวมสมมุติฐานการออกหุ้นกู้แล้ว SEAFCO ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรง โดยมี Net-debt/Equity เพียง 0.34 เท่า ขณะเดียวกันบริษัทยังคงจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 1H58 ประกาศจ่ายปันผลไปแล้ว 0.10 บาทต่อโดยคาดใน 2H58 จะสามารถจ่ายได้ในระดับเดียวกันที่ 0.10 บาท ซึ่งทั้งปีบริษัทจะให้ผลตอบแทนราว 2%
ปรับประมาณการ..ใช้ราคาเหมาะสมปี 59
เราปรับประมาณกากำไรสุทธิของปี 2558 และ 2559 ลงเป็น 158 ล้านบาท และ 220 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่คาด 35% และ 16% ตามลำดับ สาเหตุจากจากแผนการรับงานจากภาครัฐไม่เป็นไปตามคาดจากความล่าช้าของงานประมูลต่างๆ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่องานก่อสร้างภาคเอกชนที่ล่าช้า ส่งผลต่องานของ SEAFCO แม้ว่าผลประกอบการในปี 2558 อาจยังไม่สดใสอย่างไรก็ดีเราคาดว่าความชัดเจนของงานภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและเห็นเป็นรูปธรรมของการประมูลในช่วง 4Q58 จะมีผลต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้และผลประกอบการในปี 2559ที่ทำได้เติบโตมากกว่า เราปรับใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี59 ที 11 บาท (อ้างอิง PER 15 เท่า) คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”









