วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

WORK - ซื้อ

2H58 แนวโน้มสดใส เรตติ้ง ค่าโฆษณา ดีขึ้นต่อเนื่อง

เรตติ้งปรับเพิ่มขึ้นแรงต่อเนื่องดีสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัล

ช่อง Workpoint TV ถือเป็นช่องที่มีเรตติ้งโฆษณาปรับตัวดีสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัล โดยเรทติ้งปรับเพิ่มจากเริ่มแรกที่ออกอากาศเพียง 0.25 เพิ่มต่เนื่องเป็น 0.76 และ 0.82 ใน 1Q58 และ 2Q58 ตามลำดับ ล่าสุดเดือน ส.ค. 58 ได้ปรับเพิ่มเป็น 1.02 โดยมีฐานคนดูเฉลี่ย 4.7 แสนคน เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปีก่อน ส่งผลให้อัตราค่าโฆษณาต่อนาที เพิ่มขึ้นจากราว 8พันบาทต่อนาที จากเริ่มแรกที่ออกอากาศ เป็น 3 หมื่นบาทใน 1Q58 และเป็น 3.4 หมื่นบาทใน 2Q58 โดย3Q58 คาดเรทค่าโฆษณาจะเพิ่มเป็น 3.6 หมืนบาทต่อนาที ในขณะที่อัตราการขายเวลาค่าโฆษณา หรือ Utilization rate (18 ชั่วโมง) เพิ่มจากเฉลี่ย 70% ในครึ่งปีแรก เป็น 85-90% ตามเรตติ้งโฆษณาที่สูงขึ้น

2H58 ค่าโฆษณาขึ้น ต้นทุนขึ้น แต่ยังเห็นการเติบโต

แนวโน้มผลประกอบการใน 2H58 คาดว่ายังเติบโตโดดเด่น YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ธุรกิจทีวีดิจิทัลรายได้ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตามเรทติ้งที่ดีขึ้น หลังดึงชิงร้อยชิงล้านจากเดิมที่ออกอากาศในช่อง 3 กลับเข้าช่องตัวเอง ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นรายการที่เรทติ้งสูงถึง 3.5 ตอนอยู่ช่อง 3 หลังกลับเข้าช่อง Workpoint TV แม้จะลงมาเหลือ 3 แต่ถึอว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยใน 2Q58 ที่ 0.82 และเรทค่าโฆษณาสำหรับชิงร้อยชิงล้านยังสามารถเก็บได้สูงราว 3 แสนบาทลดลงไม่มากจากเดิม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ค่าโฆษณารวม และอัตรากำไรดีกว่าตอนออกอากาศช่อง 3 ที่ต้องมีค่าเช่าโฆษณา นอกจากนี้รายได้จากการจัดแสดงมีแนวน้มเพิ่มขึ้น และมีรายการช่วยเพิ่มเรทติ้งอื่นๆ เช่นมวยบัวขาว วอลเล่ย์บอลหญิงชิงแชมป์ รายการละครที่มาฉายในช่วงค่ำ 2) รายได้จากการจัดงานแสดงคาดยังคงดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งมีการจัดแสดงอีก 4 งานได้แก่ Big Fun , คุณพระช่วย , กีตาร์แมน และคอนเสริต์ประภาส ประสิทธิภาพในการทำกำไรในครึ่งปีหลังคาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากผลของรายได้ที่สูงขึ้นชดเชยกับต้นทุนคอนเทนส์ที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตละครโดยปี 58 เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 207 ล้านบาท เติบโต 895%YoY ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทตั้งไว้ที่ราว 216 -240 ล้านบาท (บนสมมติฐานอัตรากำไรที่ 9-10%)

แนะนำ “ซื้อลงทุน” ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่นสุดในกลุ่ม

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น WORKเรามองผลประกอบการจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน ซึ่งถือว่าเติบโตดีสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัลและด้วยอัตราค่าโฆษณาต่อเรทติ้งที่ยังห่างจากอันดับ 1 และ 2 อย่างช่อง 7 และช่อง 3 มากกว่า 50% จึงคาดว่าใน 2-3ปีข้างหน้าบริษัทยังมีโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ต่อเนื่อง ในขณะที่บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ ทำให้คาดหมายว่าในปี 58 จะจ่ายปันผลได้สูงขึ้นเป็น 0.35 บาท โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผลงวด 1H58 ที่ 0.19 บาทต่อหุ้น (XD 2 ก.ย.58) อีกทั้งราคาหุ้นยังไม่แพงเพราะราคาหุ้นปัจจุบันถูกซื้อขายด้วย PEG ปี 58 ราว 0.15 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่ง