วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MINT - ซื้อ

เป็นจังหวะดีในการซื้อลงทุน

ประเด็นการลงทุน

ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดเดือนนี้ด้สะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/58 ที่ต่ำกว่าคาดไปแล้ว (ลดลง 14% นับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบัน) ที่สำคัญ MINT เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบด้านลบจากเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. น้อยที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนของรายได้จากโรงแรมในกรุงเทพน้อยอยู่แล้ว (เพียง 6.5% ของรายได้รวมครึ่งแรกของปี 2558) โดยเราเชื่อว่าปัจจุบันเป็นเวลาที่เหมาะสมแก่การเข้าซื้อสะสมก่อนกำไรจะกลับมาเติบโตแบบน่าประทับใจได้อีกครั้งในไตรมาส 4/58 อีกทั้งราคาหุ้น MINTซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2558 ที่ 21.6x ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาวงปี 2549 ถึง 2557 และนับว่ามืค่า PER ที่ต่ำที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่เราให้คำแนะนำ ทั้งนี้ราคาเป้าหมายรวิธีคิดลดเงินสด (DCF) ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 36 บาท ณ สิ้นปี (จากเดิม 38 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการลง โดยยังคงคิดลดจากมูลค่าเงินสด 5% ที่สมมติฐาน WACC ที่ 8.5% และ terminal growth rate ที่ 2% เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ปรับลดประมาณการเพื่อสะท้อนอัตรากำไรที่ต่ำกว่าคาด

เราปรับประมาณการกำไรหลักปี 2558 ลง 8% มาอยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท เพื่อสอดคล้องผลประกอบการไตรมาส 2/58 ที่ต่ำกว่าคาดเนื่องจากอัตรากำไรในธุรกิจอาหารที่ลดลงกว่าคาด (หดตัวถึง 2.2% YoY มาอยู่ที่ 6.8% ในไตรมาส 2/58) โดยประมาณการอัตรากำไรหลักปี 2558 ของเราปรับลดลง 0.9% มาอยู่ที่ 10.9% ในขณะที่เราได้ปรับยอดขายทั้งหมดลดลงเพียงเล็กน้อย 0.4% เพื่อสะท้อนอัตราการยกเลิกการเข้าพักที่ 5% ของโรงแรมในกรุงเทพฯ (หลัก ๆ มาจาก อนันตรา สยาม และ St. Regis ) หลังเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ที่ผ่านมา ทั้งนี้กำไรหลักในครึ่งหลังปี 2558 คาดว่าเป็น 57% ของประมาณการกำไรปี 2558 ทั้งปีของเรา โดยกำไรครึ่งหลังของปี 2558 คาดว่าจะกลับมาเติบโต 16% YoY และ 34% HoH เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีที่ไม่น่าตื่นเต้นมากนัก (เพิ่มขึ้นเพียง 1% YoY แต่ลดลง 13% HoH)

คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 4/58

ผลประกอบการไตรมาส 2/58 นับว่าเป็นจุดต่ำสุดในปีนี้ โดยในไตรมาส 3/58 จะมีการฟื้นตัวในระดับปานกลาง เนื่องจากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPar) ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. จำนวนห้องทั้งหมดคาดจะเพิ่มขึ้น 27% YoY และ2% QoQ จากการเข้าซื้อ Oaks Elan Darwin ในประเทศออสเตเลีย (จำนวน 301 ห้อง) ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อทั้งหมดในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 8% YoY เมื่อเทียบกับที่ลดลง 5% YoY ในไตรมาส 1/58 และ 4% YoY ในไตรมาส 2/58 อย่างไรก็ตามเราคาดว่า MINT จะกลับมารายงานผลกำไรที่เติบดีอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/58 เนื่งอจากทั้งได้รับผลประโยขน์จากช่วงไฮซีซั่นระหว่างเดือน ต.ค. ถึงเดือน ธ.ค. กอปรกับอัตรากำไรธุรกิจอาหารคาดจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/58 เนื่องจากการเปิดบริการอีกครั้งของร้านอาหาร Thai Express รวม 7 สาขาในสิงค์โปร เพื่อปรับปรุง ทั้งนี้บริษัทยังจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขายอสังหาฯ ในโครงการอนันตรา เรสซิเด็นท์ ลายัน ในภูเก็ต ในไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป

โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ เป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตระยะสั้น-กลาง

อนันตรา เรสซิเด็นท์ ลายันรวม 15 วิลล่าหรู ราคาขายเฉลี่ยที่ 3 ล้านสหรัฐต่อหลัง ได้มียอดมัดจำในปัจจุบันแล้ว 6 หลัง ทั้งนี้การก่อสร้างได้เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด 4 หลัง และคาดจะเสร็จเพิ่มอีก 8 หลัง ณ สิ้นปี 2558 โดยบริษัทคาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ที่ 3-4 หลังในไตรมาส 4/58 (3 หลังในประมาณการของเรา) ขณะที่รายได้ที่อยู่อาศัยจะช่วยหนุนอัตรากำไรในไตรมาส 4/58 เนื่องจากอัตรากำไรสุทธิของธุรกิจอสังหาฯ คาดว่าจะอยู่สูงถึงประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับอัตรากำไรหลัก่ของบริษัทรวมที่ 9.5% ในครึ่งปีแรกของปี 2558 ทั้งนี้อนันตรา เซอร์วิส สวีท เชียงใหม่ (ที่ MINT มีหุ้นอยู่ครึ่งหนึ่ง) คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้กลางปี 2559 (ซึ่งมีการมัดจำจองแล้วกว่า 19 ยูนิตจากทั้งหมด 44 ยูนิต) สำหรับโครงการเพื่ออยู่อาศัยเพื่อขายของโครงการที่ Maputo จะเริ่มมียอดขายตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

มุ่งลงทุนโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มเติม

MINT วางแผนเข้าซื้อโรงแรมเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง ในเครือ Tivoli ในประเทศโปรตุเกส หลังจากที่บริษัทซื้อโรงแรมในเครือดังกล่าวไปแล้ว 6 แห่ง ในไตรมาส 1/58 ที่ผ่านมา (2 แห่งในประเทศบราซิล และ อีก 4 แห่งในประเทศโปรตุเกส) โดยเราคาดว่าหากซื้อสำเร็จจะทำให้เกิด upside 6% ต่อประมาณการรายได้รวมในปี 2559 ของเรา