ผลประกอบการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของยอดขาย
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่า การขยายตัวของยอดขายของ CBG จะส่งผลให้แนวโน้มกำไรของบริษัทเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลังปี 2558 และปี 2559 ยอดขายในประเทศยังคงสูงขึ้นจากการเปิดตัวของโปรเจครถขายเงินสด แม้ว่าการบริโภคของไทยจะยังคงชะลอตัว เครือข่ายการขายตรงจะเพิ่มระดับการเข้าถึงตลาดและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของการขายในประเทศโดยปราศจากการแย่งยอดขายจากตัวแทนจำหน่ายเดิมที่มีอยู่ ยอดส่งออกยังคงสูงทำสถิติต่อเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทดแทนราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงเล็กน้อย (กระทบการเติบโตของครึ่งปีแรกปี 2558 เล็กน้อย) และเราเชื่อว่า โอกาสในการปรับอัตรากำไรให้สูงขึ้นประกอบกับยอดขายที่สูงขึ้นในประเทศอังกฤษและจีน น่าจะผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการส่งออกสูงขึ้นอีก รวมถึงยอดขายที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย เรายังคงตำแนะนำ ซื้อ และ CBG ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่ม
สรุปผลประกอบการ-กำไรไตรมาส 2/58 มากกว่าที่คาด
กำไรสุทธิไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 14% QoQ มากกว่าที่เราคาด 10% ต้นทุนขายต่ำกว่าที่คาด แม้จะมีการจ้างผู้บริหารชุดใหม่ การจัดกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นและการขยายโปรแกรมรถขายเงินสด ยอดส่งออกอยู่ที่ 619 ล้านบาท เติบโต 18% QoQ และ 2% YoY จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายในประทศกัมพูชา เวียดนามและจีน แต่ยอดขายหดตัวเล็กน้อยในอัฟกานิสถาน ส่วนยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 16% QoQ และ 3% YoY
ยอดขายในประเทศเติบโตแม้การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว
แม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะอ่อนตัวลง ยอดขายในประเทศของบริษัทยังคงเติบโตในปีนี้ โปรเจครถขายเงินสดเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มระดับการเข้าถึงตลาดของบริษัททั้งในส่วนของเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มเกลือแร่ในช่วงไตรมาส 2/58 ที่ผ่านมา-โดยยอดขายสตาร์ท พลัส เติบโต 40% QoQ การขยายตัวของคลังกระจายสินค้า (ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 แห่ง) จะช่วยสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายหลักอย่างต่อเนื่องและช่วยหนุนการเติบโตของยอดขายในประเทศด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด จากการจัดตั้งเครือข่ายกระจายสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างตัวแทนจำหน่าย เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของการขายในประเทศน่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากโปรแกรมรถขายเงินสด
รายได้จากการส่งออกคาดทำสถิติสูงสุดใหม่ในครึ่งปีหลังปี 2558 จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าใหม่
เราคาดว่ายอดส่งออกของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2558 และน่าจะคงเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2559 ที่ 2.7 พันล้านบาทและ 4 พันล้านบาท ตามลำดับ จากยอดส่งออกที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของสินค้าใหม่ในการส่งออก (เครื่องดื่มชูกำลังแบบอัดก๊าซและสตาร์ทพลัส
แม้ว่ายอดขายในครึ่งปีแรกปี 2558 จะเติบโตเพียงแค่ 4% YoY ปริมาณขายเติบโตถึงเกือบ 10% (ราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำลงจากยอดขายในตะวันออกกลางที่ลดลง) เรามองว่าปริมาณส่งออกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจนถึงครึ่งปีหลังปี 2558 จากการที่บริษัทจะเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงรุกในกลุ่มประเทศ CLMV ทั้งนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะช่วยเหลือคู่ค้าทางธุรกิจในกัมพูชาจัดตั้งหน่วยกระจายสินค้าและดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังมากขึ้นในตลาดพม่า
เครื่องดื่มชูกำลังอัดก๊าซได้เปิดตลาดที่มีมาร์จิ้นและมูลค่าตลาดที่สูงแล้ว
บริษัทยังคงมีโอกาสในการทำธุรกิจอีกมากมายทั้งในตลาดอังกฤษและจีน หลังจากการเข้าตลาดเครื่องดื่มในทั้งสองประเทศอย่างประสบความสำเร็จ เรามองว่า ยังมีอัพไซด์จากอัตรากำไรที่ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณขายที่ขยายตัว เครื่องดื่มชูกำลังแบบอัดก๊าซขายปลีกอยู่ที่ 1.00-1.40 ปอนด์ (ประมาณ 55-78 บาท) ในประเทศอังกฤษ และเครื่องดื่มชูกำลังแบบไม่อัดก๊าซอยู่ที่ 5-8 หยวน(ประมาณ 28-45 บาท) ในประเทศจีน ราคาสินค้าส่งออกของบริษัทตอนนี้อยู่ทีประมาณ 7.8 บาท นอกจากนี้ อ้างอิงจากข้อมูลของ Mintel มูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของอังกฤษและจีนอยู่ที่ประมาณ 2.1 พันล้านเหรียญดอลลาร์และ 10.8 พันล้านเหรียญดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งค่อนข้างสูงกว่ามูลค่าตลาดของไทยที่ 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์ (ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท)









