วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH - ซื้อ

ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 21% ทำให้กำไรหดตัว 9%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- ครึ่งแรกปี 58 มีกำไรสุทธิ 1,233 ล้านบาทลดลง 23%YoY : ในช่วง 2Q58 มีกำไรสุทธิ 674 ล้านบาท ลดลง 31% YoY แต่เพิ่มขึ้น 21%QoQ ในช่วงครึ่งแรกปี 58 มีกำไรสุทธิ 1,233 ล้านบาท ลดลง 23%YoY เนื่องจาก 1) รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากการโอนคอนโดมิเนียมลดลงเพราะโครงการที่โอนมีระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทและเผชิญปัญหาในการขอสินเชื่อ ขณะที่การโอนโครงการแนวราบก็ลดลงเช่นกันจากการชะลอการตัดสินใจ ส่วนรายได้ค่าเช่าจากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาคารสำนักงานปรับดีขึ้น รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนก็เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากบมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) 2) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 31.4% ใน 1H58 จาก 32.7% ใน 1H57 3) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20.9% ใน 1H58 จากระดับ 17.5% ใน 1H57

- ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 21% ทำให้กำไรหดตัว 9% : กำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 58 คิดเป็น 32% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายและบริหารต่อรายได้รวมยังคงสูงกว่าเป้าของผู้บริหาร และนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของผู้บริหารยังคงเป็นเรื่องท้าทาย ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 31.3% จากเดิม 33% ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมจากเดิม 18% เป็น 18.5% ส่งผลให้ประมาณการกำไรใหม่สำหรับปี 58 ลดลง 21% เหลือ 3 พันล้านบาทซึ่งหดตัว 9%YoY ทั้งนี้ยอดขายรอโอน (backlog) รวม 1.03 หมื่นล้านบาท ส่วนที่จะโอนภายในปีนี้ราว 4.4 พันล้านบาทคิดเป็น 70% ของประมาณการ โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 58 น่าจะปรับดีขึ้นจากครึ่งปีแรกจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าค่าเฉลี่ยมากขึ้น การโอนบ้านรุ่นใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าบ้านรุ่นเก่า รวมทั้งความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย 

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับราคาเหมาะสมเหลือ 3.40 บาทจากเดิม 4.30 บาท : QH มีสินค้าที่หลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียมสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มและมีสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้นบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ HMPRO(20%) LHBANK(22%) QHPF (26%) และ QHHR(31%) ตามประมาณการกำไรสุทธิใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิงวิธี Prospect PER ที่ระดับ 12 เท่าลดลงจาก 4.30 บาทเหลือ 3.40 บาทเท่ากับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหุ้น (NAV) ซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่คาดการณ์เงินปันผลปี 58 ราว 0.12 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend yield ราว 5.6% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”