วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 13 สิงหาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นเล็กน้อย หลังปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลด

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ประกาศปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ส.ค. ปรับตัวลดลงราว 1.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 453.6 ล้านบาร์เรล ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลงราว 51,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 57.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่ถังเก็บน้ำมันดิบมีความจุมากถึง 71.4 ล้านบาร์เรล ทำให้นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าสหรัฐจะสามารถเก็บน้ำมันคงคลังเพิ่มขึ้นได้อีก ใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลสหรัฐ เนื่องจากโรงกลั่นบีพี ในรัฐอินเดียน่า ของสหรัฐ ลดกำลังการผลิตเหลือ 165,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 40 ของกำลังการผลิต หลังหน่วยกลั่นน้ำมันดิบต้องปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

- ค่าเงินยวน (Yuan) ของจีนอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เพื่อกระตุ้นการส่งออกของจีน อย่างไรก็ดี นักลงทุนเกิดความกังวลว่าประเทศอื่นอาจมีแนวโน้มที่จะปรับลดค่าเงินเพื่อเพิ่มความสามารถในภาคการส่งออก ส่งผลให้เกิดสงครามค่าเงินและอาจทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

+/- ยอดค้าปลีกจีน - ก.ค. เติบโตที่ร้อยละ 10.5 ใกล้เคียงกับดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ตัวเลขยังคงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เล็กน้อยว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 10.6 ขณะที่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน - ก.ค. ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 6.8 ในเดือนก่อนหน้ามาปิดที่ระดับร้อยละ 6.0 น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณืที่เติบโตร้อยละ 6.6 อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีทั้งสองจะยังบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน แต่ตัวเลขที่น้อยกว่าการคาดการณ์ของรัฐบาลจีน ส่งผลให้ทางธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ที่ทรงตัวจากอินโดนีเซียและจอร์แดน ประกอบกับอุปทานที่ค่อนข้างตึงตัวหลังโรงกลั่นในรัฐอินเดียน่าของสหรัฐ ต้องปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ยังคงอยู่ในระดับที่สูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ล้นตลาดหลังโรงกลั่นในจีนและตะวันออกกลางเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงซบเซา


ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 42-47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ความกังวลต่อภาวะอุปทานส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังคงสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ โดยกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตระดับสูง โดยปริมาณการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากอิรักและซาอุดิอาระเบียที่ยังคงผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและตอบสนองต่อความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โดยรวมแล้วปัจจุบันตลาดมีอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินทั้งสิ้นประมาณ 1.77 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ราคาน้ำมันระดับต่ำแม้จะไม่จูงใจให้ผู้ผลิตในสหรัฐ เพิ่มกำลังผลิตขึ้นมากนัก แต่บริษัทขุดเจาะและผลิตน้ำมันในสหรัฐ บางรายยังคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง และล่าสุดผู้ผลิต Shale รายหนึ่ง คาดว่าจะยังคงมีการเพิ่มการขุดเจาะประมาณ 2 แท่นต่อเดือนในครึ่งปีหลัง และประมาณ 8 แท่นในครึ่งปีหน้า แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงก็ตาม

- จับตาทิศทางเศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งปีหลัง ที่แม้ในภาคบริการจะยังคงมีการขยายตัวอยู่บ้าง แต่ภาคการผลิตมีแนวโน้มที่ไม่ดีนัก หลังล่าสุดดัชนีภาคการผลิต (Caixin PMI) เดือน ก.ค. ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี นอกจากนี้ ติดตามตลาดหุ้นจีนว่าจะมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างไร

- ติดตามสถานการณ์หนี้กรีซ หลังล่าสุดนายกรัฐมนตรีกรีซ เปิดเผยว่า ใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้แล้ว เหลือเพียงประเด็นที่ยังคงเห็นต่างกันคือการตั้งกองทุนใหม่สำหรับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และแผนการเพิ่มทุนของภาคธนาคาร โดยกรีซคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 18 ส.ค. นี้ ซึ่งจะส่งผลให้กรีซไม่ต้องผิดชำระหนี้ในวันที่ 20 ส.ค.มูลค่ากว่า 3.2 พันล้านยูโร


                                                     -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999