ตลาดหลักทรัพย์ เผย 7 เดือนแรกมูลค่าระดมทุนโต 116% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นไอพีโอ ชี้จีนลดค่าเงินหยวนทำส่งออกฟื้นช้า
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ส่วนตัวคาดว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติคาดว่าจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทยจากนี้ได้อีกไม่มาก เนื่องจากสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติ ณ เดือน พ.ค.58 อยู่ที่ 32.7% หรือมีมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำและเป็นเม็ดเงินลงทุนระยะยาว ซึ่งเป็นลักษณะการเข้ามาเป็นพันธมิตร (strategic partner) ซึ่งในอดีต 5-10 ปีที่ผ่านมาการถือครองของนักลงทุนต่างชาติจะอยู่ที่ระดับ 32-37%
"เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากนี้ไปส่วนตัวเชื่อว่ามีโอกาสขายได้อีกไม่มาก เพราะต้องรักษาสัดส่วนการถือครองหุ้นไว้ โดยนักลงทุนกลุ่มนี้จะเป็นนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวจากการที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งในอดีต 5-10 ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นไทยอยู่ที่ 32-37% และขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ทรงตัวที่ 32.7% เพราะเม็ดเงินลงทุนระยะสั้นได้ไหลออกไปหมดแล้ว โดยส่วนตัวเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นไทยออกไป เชื่อว่าในระยะยาวจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยหากเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยข่าวดีที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาได้ คือการลงทุนภาครัฐที่ต้องเดินหน้า ซึ่งปัจจุบันมีการเดินหน้าเฉพาะในกรุงเทพฯ ส่วนข่าวดีอื่นๆ ขณะนี้ยังมองไม่เห็น" ดร.ภากร กล่าว
ทั้งนี้ ในเดือน ก.ค.นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 26,461 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาคที่เงินไหลออกจากภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ 7 เดือนแรกปีนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 43,370 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยในเดือน ก.ค. มูลค่า 17,100 ล้านบาท
ในเดือน ก.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1440.12 จุด ลดลง 4.3% จากเดือน มิ.ย. และลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2557 จากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจจะเร็วกว่ากำหนด จากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวและตัวเลขการจ้างงานดีขึ้น รวมทั้งตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงกว่า 30% ซึ่งทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ SET ณ สิ้นเดือน ก.ค.อยู่ที่ 13.58 ล้านล้านบาท ลดลง 1.99% จากสิ้นปี 57
ขณะที่มาร์เก็ตแคปของตลาด mai อยู่ที่ 3.69 แสนล้านบาท ลดลง 3.45% จากช่วงเดียวกันของปีกอ่น โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค.อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ SET อยู่ที่ 3.11% และตลาด mai อยู่ที่ 1.10% ซึ่งหากนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทยยังได้รับผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่สูงกว่าเงินฝาก จึงมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังให้ผลตอบแทนที่ดี
โดยช่วง 7 เดือนแรกปี 58 มีมูลค่าระดมทุนรวม 197,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 91,216 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เม็ดเงินระดมทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนถึง 106,864 ล้านบาท
สำหรับการที่จีนปรับลดค่าเงินหยวนลงนั้น เชื่อว่าระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อไทยไม่มาก แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือจะกระทบการส่งออกของไทยทำให้การฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/58 เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดลง แต่หากไทยสามารถส่งออกไปสหรัฐฯ และประเทศในแถบอาเซียนมากขึ้น กระจายความเสี่ยงจากจีน จะส่งผลทำให้การส่งออกของไทยฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 นอกจากนี้การลดค่าเงินหยวนอาจจะกระทบการท่องเที่ยวของไทย จากการที่ชาวจีนจะเข้ามาท่องเที่ยวลดลง แต่ส่วนตัวมองว่าการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ จึงคาดว่านักท่องเที่ยวจีนยังเลือกมาท่องเที่ยวในไทย









