ทุกหน่วยธุรกิจหนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง
ประเด็นการลงทุน
เรามองว่าความกังวลปลดล๊อค หลังจากผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q15 ไปแล้ว และหลังจากนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทรายงานกำไร 2Q15 ที่ 58 ล้านบาท (+50% YoY, -48%QoQ) ดีกว่าคาด 5% คาดปัจจัยหนุนกำไรในครึ่งปีหลังมาจากการเริ่มรับรู้รายได้ 1.) data center จากลูกค้ารายใหญ่ 2.) คำสั่งซื้อสินค้าพิเศษมูลค่ารวมราว 285 ล้านบาท 3.) งานติดตั้งวงจรซึ่งบริษัทมี backlog แล้ว และมีมาร์จิ้นสูง และยังมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นจากการประกาศงานประมูลเพิ่มเติม
สรุปผลประกอบการ 2Q15 – กำไรมากกว่าคาด 5%
ILINK รายงานกำไร 2Q15 ที่ 58 ล้านบาท (+50% YoY, -48%QoQ) ดีกว่าคาด 5% จากรายได้รวม 658 ล้านบาท (+28% YoY, -31%QoQ โดยรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายที่ 402 ล้านบาท (+20% YoY, -6%QoQ) ด้วยด้วยมาร์จิ้นที่สูงราว 25.5% สูงกว่า 1Q15 ที่อยู่ราว 21.7% และรายได้จากธุรกิจวิศวกรรมที่ 180 ล้านบาท (+19% YoY, -58%QoQ) ซึ่งเป็นไปตาม timeline ของการรับรู้รายได้ ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นราว 20% ตามคาด และรายได้จากธุรกิจ telecom ซึ่งมีรายได้ 77 ล้านบาท (+187%YoY, -21%QoQ) จากงานติดตั้งวงจรที่น้อยลง แต่รายได้จากค่าเช่าวงจรซึ่งเป็น recurring income นั้นอยู่ที่ 63 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง (+154%YoY, +14%QoQ)
ธุรกิจให้เช่าวงจรฯยังโตได้อีกมาก
เรามองว่าธุรกิจให้เช่าวงจรในบริษัทลูก ITEL ยังเติบโตได้อีกมากตาม utilization rate ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เห็นจากการเติบโตใน 1Q-2Q15 ที่มี u-rate ราว 7% และ 10% ตามลำดับ ทำให้เรามองว่าประมาณการ u-rate ที่เราคาดเฉลี่ยราว 10% ในปีนี้บริษัทมีแนวโน้มที่จะมากกว่าคาด และคาด u-rate จะเพิ่มขึ้นเป็น 14% หนุนรายได้เติบโตอีก 40% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มดีกว่าคาด ซึ่งหน่วยธุรกิจนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นราว 35% ใน 1H15 อย่างไรก็ดีเรายังคงใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมซึ่งมองอัตรากำไรขั้นต้นคงที่ ที่ราว 30% ซึ่ง sensitivity analysis ชี้ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นราว 3%-4% ในปี 2015-16 หากบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับ 35% ได้
3Q-4Q15 เตรียมรับรู้รายได้อีกหลายโครงการ
คาดกำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงทั้ง YoY และ QoQ จาก 1.) การเริ่มรับรู้รายได้ของ data center จากลูกค้ารายใหญ่หนุน occupancy rate เพิ่มเป็น 80% (จากเดิมราว 20%) ในเดือนนี้ (รับรู้รายได้ 1.5 เดือนใน 3Q15 และเต็มไตรมาสใน 4Q15) 2.) การรับรู้รายได้ในคำสั่งซื้อสินค้าพิเศษมูลค่ารวมราว 285 ล้านบาท ของ TOT และการไฟฟ้าฯ และจาก บ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จก. เพื่องานรัฐสภาแห่งใหม่ 3.) การรับรู้รายได้งานติดตั้งวงจรซึ่งบริษัทมี backlog แล้ว และมีมาร์จิ้นสูง
เกาะกระแสงานประมูลภาครัฐฯ
คาด ILINK จะได้รับงานสายเคเบิ้ลฯของ ในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ประเมินมูลค่าเบื้องต้นราว 1,000-2,000 ล้านบาท คาดจะเห็นการประมูลในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า คาดบริษัทมีโอกาสได้งานสูงเนื่องจากมีประวัติการติดตั้งเคเบิ้ลให้กับสุวรรณภูมิเฟสแรกมาก่อน และเรามองว่า ILINK จะเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่จะได้รับประโยชน์จากการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆของภาครัฐฯ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ทั้งสายไฟฟ้าและสายสัญญาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้เรายังไม่รวมในประมาณการ






