แนวโน้มรายได้ตั๋วหนังครึ่งปีหลังยังคงแข็งแกร่ง
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงมีมุมเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จากรายได้ตั๋วหนังที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง YoY หนุนโดยหน้าหนังทำเงินที่แข็งแกร่ง ราคาเฉลี่ยของตั๋วหนังที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงการขยายจำนวนโรงหนัง นอกจากนี้รายได้โฆษณาในโรงภาพยนตร์ที่ยังคงเพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ตลาดใหม่ในประเทศลาวและกัมพูชาจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรในอีกห้าปีข้างหน้า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องกำไรที่ยังคงเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จนถึงปี 2559
สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/58 – สูงกว่าคาดเล็กน้อย
MAJOR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 147% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น SF หลังหักภาษีที่ 49 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ 0.25 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 442 ล้านบาท ลดลง 7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 168% QoQ กำไรหลักและกำไรสุทธิสูงกว่าคาด 7% และ 5% ตามลำดับ จากรายได้ที่เพิ่มสูงกว่าคาด ได้แก่ รายได้อาหารและเครื่องดื่ม รายได้โฆษณาในโรงภาพยนตร์และรายได้จากธุรกิจคอนเท้นต์ภาพยนตร์ รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด โฆษณาในโรงภาพยนตร์มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงที่สุดที่ 17% YoY จากการขยายจำนวนโรงหนัง (จำนวน 22 โรง 4 แห่ง) กลยุทธ์การขายตามหน้าหนัง และรายได้จากสปอนเซอร์ของสาขาเอ็มควอเทียร์ 20 ล้านบาท ตามมาด้วยธุรกิจตั๋วหนัง (เติบโต 7%) และธุรกิจพื้นที่ให้เช่า (เติบโต 3%)
รายได้ตั๋วหนังเฉลี่ยไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 171 บาทต่อใบ เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 7% QoQ จากการปรับราคาเพิ่มขึ้นและการหยุดให้โปรโมชั่นที่ทำการบันเดิ้ล รายได้คอนเท้นต์ภาพยนตร์ลดลง 53% YoY จากฐานที่สูงมากในไตรมาส 2/57 เนื่องจากการขายสิทธิหนังให้กับ MONO ในไตรมาส 2/57
แนวโน้มรายได้ตั๋วหนังแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง
รายได้ตั๋วหนังเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5% YoY ในขณะที่รายได้ตั๋วหนังในช่วงวันที่ 1-10 ส.ค.เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 30% YoY เราคาดว่ารายได้ตั๋วหนังไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10% YoY เนื่องจากฐานรายได้ตั๋วหนังที่ต่ำมากในเดือนส.ค.-ก.ย.ของปีที่แล้ว และรายได้ภาพยนตร์ทำเงินฮอลีวู้ดที่มากกว่า 100 ล้านบาทต่อเรื่อง ได้แก่ Terminator ภาค 5 (105 ล้านบาท) Minions (115 ล้านบาท) MI ภาค 5 (150 ล้านบาท) และ Ant-Man (105 ล้านบาท) เรายังคงต้องดูว่าภาพยนตร์ไทยของค่ายจีทีเอชเรื่องฟรีแลนซ์จะทำเงินหรือไม่ เราคาดรายได้ตั๋วหนังในไตรมาส 4/58 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY เนื่องจากฐานรายได้ตั๋วหนังที่ต่ำมากในไตรมาส 4/57 รวมถึงภาพยนตร์ทำเงินใน
ไตรมาส 4/58 (ได้แก่ Spectre, Star Wars 7 และ Hunger Games Mockingjay ภาค 2 และ ภาพยนตร์ไทย 2 เรื่อง) ราคาตั๋วหนังเฉลี่ยที่มีแนวโน้มทรงในระดับสูง และการเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่อีกจำนวน 74 โรงใน 14 แห่ง ซึ่งจำนวนสาขาที่จะเปิดมากในสามแห่งได้แก่ เซ็นทรัล เวส เกท เซนทรัล อีส วิลล์ และเดอะ พรอมมานาด บริษัทตั้งเป้าเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่จำนวน 80-90 โรงในปี 2559
มุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อตลาดในประเทศลาวและกัมพูชาในช่วงปี 2559-2560
เราประมาณการอย่างอนุรักษ์นิยมว่ารายได้โฆษณาในโรงภาพยนตร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 15% YoY สำหรับในปี 2558 จากปัจจัยหนุนได้แก่ รายได้สปอนเซอร์ของสาขาเอมควอเทียร์ที่เหลืออีก 40 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงรายได้สปอนเซอร์ของสาขาใหญ่ 3 สาขาข้างต้นที่จะเปิดในครึ่งปีหลัง และรายได้งานอีเว้นท์ต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้น เราประเมินว่ารายได้จากลาว (ซึ่งเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2558) และจากกัมพูชา (เปิดไปในไตรมาส 3/57) จะเป็นปัจจัยหลักหนุนรายได้จากต่างประเทศในช่วงปี 2559-60 เนื่องจากอุปสงค์และแทรฟฟิกผู้ชมของทั้งสองประเทศแข็งแกร่ง การเจาะตลาดในกัมพูชาแห่งที่สองโดยร่วมมือกับ BigC ในอนาคต รวมถึงแผนธุรกิจในอนาคตสำหรับการทำธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในทั้งสองประเทศ เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 35% QoQ









