วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News (10 ส.ค.58)

BEC ถือ, IVL ถือ, PTTGC ซื้อ, SPCG ซื้อ

BEC    ถือ    ราคาพื้นฐาน 38.50 บาท

BEC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 750 ล้านบาท ลดลงถึง 36%yoy แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1%qoq โดยผลประกอบการนั้นเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ แต่ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ ด้ายรายได้ค่าโฆษณาในไตรมาสที่ 2/58 หดตัวลง 3%yoy จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เราปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2558 และ 2559 ลง 15% และ 14% ตามลำดับเพื่อสะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาสที่ 2/58 และการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจ ปรับลดคำแนะนำ เป็น ถือ ราคาพื้นฐาน 38.50 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 31 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

IVL    ถือ   ราคาพื้นฐาน 29.00 บาท

IVL : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 5,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252%yoy และ 1,995%qoq โดยผลประกอบการนั้นดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ที่ 14% และ 32% ตามลำดับ ในระยะเวลาถัดไป IVL น่าจะรายงานผลประกอบการที่อ่อนแอลงในไตรมาสที่ 3/58 จากเสปรดผลิตภัณฑ์ที่อ่อนแอลง และแนวโน้มขาดทุนจากสต็อกสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ดี IVL จะสามารถบรรลุคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีของเราทที่ 7,400 ล้านบาทได้ คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 29.00 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 24.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

PTTGC    ซื้อ    ราคาพื้นฐาน 70.00 บาท

PTTGC : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/58 ที่ 8,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.5%yoy และ 59.4%qoq โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่งนั้นมาจากเสปรด HDPE ที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับด้านราคา รวมทั้งกำไรจากสินค้าคงคลังเป็นจำนวนมาก ด้านธุรกิจโอเลฟินและอนุพันธ์ เป็นตัวแบ่งปันหลักต่อผลกำไร เราได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิลงราว 22% และ 16% ในปี 2558-2559 ตามลำดับเพื่อสะท้อนสมมุติฐานราคา HDPE ที่ต่ำลง อย่างไรก็ดี เรายังเชื่อว่า PTTGC จะสามารถรายงานผลประกอบการที่โดดเด่นได้เมื่อเทียบกับกลุ่มน้ำมันและก๊าซ จากขาขึ้นของธุกิจโอเลฟิน คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 70 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

SPCG   ซื้อ    Consensus 29.38 บาท

SPCG : นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังยังจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทยังคงเป้าหมายมีรายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ประมาณ 4,400 ล้านบาท โดยเติบโตจากการขยายกำลังการผลิตโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านพักอาศัย (โซลาร์รูฟ) ทั้งนี้ด้านกำไรของปีนี้น่าจะสูงสุดได้เป็นประวัติการณ์ จากการเดินเครื่องผลิตโซลาร์ฟาร์มเต็มปีด้วยกำลังการผลิตราว 260 เมกะวัตต์ อีกทั้งภายในสิ้นปีนี้น่าจะมีกำลังการผลิตจากโซลาร์รูฟเพิ่มเข้ามาอีก ก็จะส่งผลให้ทั้งปีมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มเป็น 290 เมกะวัตต์ และบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี (ปี 2557-2562) ขณะที่รายได้น่าจะมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 20-30% ต่อปี(ข่าวหุ้น)