"สมหมาย" สั่ง ธ.ก.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร โดยเฉพาะการสงวนที่ดินเพื่อการเกษตร
นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ว่า ได้มอบนโยบายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร โดยเฉพาะการสงวนที่ดินเพื่อการเกษตร ที่ต้องบูรณการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ในระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อตรวจสอบภาระหนี้สินว่ามีอยู่จริง รวมทั้งเมื่อได้ข้อยุติจากการประนอมหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้แล้ว ก็ให้รีบส่งเรื่องการขอใช้สินเชื่อไปยัง ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน เพื่อพิจารณาสนับสนุนสินเชื่อทันที
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานแก้ไขหนี้นอกระบบของจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สามารถยุติหนี้ 88 รายจากจำนวนลูกหนี้ทั้งหมด 253 ราย อยู่ระหว่างรอดำเนินการ 165 ราย จำนวนหนี้สินทั้งหมด 24 ล้านบาท โดยได้รับสินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินแล้ว 825,600 บาท
ขณะเดียวกัน ยังติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้ว ในฐานะประธานคณะกรรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ โดยติดตามการใช้งบประมาณแผ่นดิน งบเงินกู้และงบประมาณพิเศษตามโครงสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งของกรมส่งเสริมการเกษตร รวมทั้งได้พบปะเกษตรกรผู้ร่วมโครงการ ซึ่งสำนักงานคลังจังหวัดปราจีนบุรีได้รายงานผลการใช้งบประมาณประจำปี 58 ว่า ภาพรวมการเบิกจ่าย เมื่อวันที่ 31 ก.ค.58 ได้เบิกจ่ายงบลงทุนและงบประจำ 86% จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร สำหรับงบลงทุนมีรายการเบิกจ่ายแล้ว 74% คาดว่าภายในเดือนก.ย.58 จะดำเนินการได้ 96%
ขณะที่งบเงินกู้เบิกจ่ายไป 26% ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากอุปสรรคในขั้นตอนในการดำเนินงาน อาทิ ดำเนินการหลายครั้งไม่ได้ผู้รับจ้างผู้ปฏิบัติงานยังไม่คุ้นเคยกับการจัดซื้อจัดจ้างระบบใหม่ตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2558 เป็นต้น ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งของจ.ปราจีนบุรี มีโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 82 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 31 ตำบล วงเงินที่ขอรับการสนับสนุน 29,010,725 บาท ดำเนินการเสร็จสิ้นทั้ง 82 โครงการ ใช้จ่ายงบประมาณไปแล้ว 28 ล้านบาท คิดเป็น 96.71% ครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ 17,990 ครัวเรือน
สำหรับโครงการที่ดำเนินงาน ประกอบด้วย การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การผลิตทางการเกษตรและแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ในภาวะภัยแล้ง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการดังกล่าวเป็นการใช้จ่ายเพื่อจ้างแรงงานในชุมชนเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านบาท โดยมีครัวเรือนเกษตรกรใน จ.ปราจีนบุรีได้รับประโยชน์ 17,990 ครัวเรือน









