ต้นทุนที่สูงขึ้นกดดันกำไร 1Q59 แย่กว่าที่คาด
กำไร 1Q59 ลดลง 14%YoY และ 52%QoQ
STANLY รายงานกำไรงวด 1Q59 (เม.ย – มิ.ย 58) ที่ 176 ล้านบาท (-52% QoQ , -14YoY) ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 281 ล้านบาท จากประสิทธิภาพในการทำกำไรที่แย่กว่าคาด โดยผลประกอบการปรับลดลง QoQ เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ในขณะที่เทียบกับปีก่อนประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลงอย่างมีนัย โดยอัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงจาก 17.6% ใน 1Q58 เหลือ 13.7% เนื่องจากต้นทุนจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นสำหรับโมเดล โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ และมิตซูบิชิปาเจโร สปอร์ต ซึ่งคาดจะมีอัตราของเสียที่สูงในช่วงแรก ในขณะที่รายได้จากโมเดลใหม่คาดว่าจะเข้ามาในไตรมาสต่อไป
คาด 2Q59 ฟื้นตัว แต่ทั้งปีมีโอกาสปรับลดประมาณการ
เราคาด 1Q59 เป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี คาดว่าผลประกอบการใน 2Q59 จะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งโมเดลใหม่ๆออกสู่ตลาดมากขึ้น และการผลิตเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และอาจมีบันทึกรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ภาพรวมทั้งปีเราคาดยอดขายเติบโต 5% YoY เป็น 9.9 พันล้านบาท โดยอิงสมมติฐานยอดผลิตรถยนต์ของประเทศในปีนี้เติบโต 6%YoY เป็น 2 ล้านคัน โดยคาดอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ของ STANLY ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นราว 5% จากปีก่อนเป็น 75% โดยโมเดลใหม่ๆที่ได้รับในปีนี้ ได้แก่ Hilux Revo, Nissan Navara, Mitsubishi Triton และโมเดลโคมไฟรถจักรยานยนต์ 2-3 รุ่นจากลูกค้าฮอนด้า อย่างไรก็ตามด้วยผลประกอบการใน1Q59 ที่น่าผิดหวัง จากประสิทธิภาพในการทำกำไรที่แย่กว่าคาด และกำไรไตรมาสแรกคิดเป็นเพียง 14% ของประมาณการทั้งปี จึงมีโอกาศที่เราจะปรับลดประมาณการลงหลังเข้าพบผู้บริหารในสัปดาห์หน้า
ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงรุมเร้า
เรามองว่าผลประกอบการของ STANLY ผ่านจุดแย่สุดแล้ว แต่ด้วยผลประกอบการไตรมาสแรกที่น่าผิดหวัง ซึ่งมีโอกาสที่เราจะปรับลดประมาณการกำไรในปีนี้ลง อีกทั้งสถานการณ์การแข่งขันของบริษัทถือว่ารุนแรงมากขึ้นหลังจากมีคู่แข่งรายใหม่จากญี่ปุ่นเข้ามาตลาดอีกหนึ่งราย จากเดิมมีคู่แข่งเพียงรายเดียวคือบริษัทคอยโตะ สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ราว 11 เท่า แม้จะต่ำกว่า P/E เป้าหมายระยะยาวของกลุ่มยานยนต์ที่ 12-13 เท่า แต่ยังมีความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณการ









