แจ้ง 2Q58 ผลประกอบการทรงตัว QoQ แต่ดีขึ้น YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 2Q58 ผลประกอบการทรงตัว QoQ แต่ดีขึ้น YoY : แม้ว่า 2Q58 จะมีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันในธุรกิจโทรศัทพ์มือถือ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเติบโตจากรายได้จากการให้บริการข้อมูล (Non-Voice) โดยมีรายได้จากการให้บริการข้อมูลเท่ากับ 14,235 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY ซึ่งรวมรายการปรับรายได้ค้างรับจากลูกค้าแบบเติมเงินมาบันทึกเป็นรายได้ 318 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้จากการขายซิมและอุปกรณ์ลดลง 31% QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low-season ของธุรกิจและพ้นช่วง Prime time ในการขาย Iphone 6 นอกจากนี้รายได้จากการโทรเท่ากับ 14,235 ล้านบาท ลดลง 4.3% QoQ และ 16% YoY จากการที่ผู้ใช้บริการมีแนวมมาใช้งานข้อมูลมาทดแทน ส่งผลให้รายได้ 2Q58 เท่ากับ 38,123 ล้านบาท ลดลง 6% QoQ และเพิ่มขึ้น 4% YoY ทางด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายใน 2Q58 ปรับตัวลดลงโดยมาจากค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง 11% QoQ และ 29% YoY มาที่ 3,811 ล้านบาทจากความสำเร็จในการย้ายผู้ใช้บริการมาที่ระบบใบอนุญาต 2.1GHz ที่เพิ่มขึ้นเป็น 62% ทำให้สัดส่วนต้นทุนค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้คิดเป็น 12.5% ของรายได้การให้บริการ ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 18.2% รวมถึงต้นทุนการขายซิมและอุปกรณ์ที่ปรับตัวลงมา 30% QoQ ส่งผลให้ผลประกอบการ 2Q58 เท่ากับ 9,849 ล้านบาท ทรงตัว QoQ และดีขึ้น 16% YoY ทั้งนี้ครึ่งปี 58 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 19,843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY
- คงคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า 6%YoY : จากกำไรสุทธิที่ 1H58 ทำได้ 52% จากประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ที่ 38,087 ล้านบาท ทำให้เราคาดว่าบริษัทสามารถที่จะทำกำไรสุทธิไปถึงเป้ากำไรสุทธิที่คาดไว้ได้ โดยยังคงได้รับปัจจัยหนนจากการที่ผู้ใช้บริการเปลี่ยนมาใช้บริการ 3G บนใบอนุญาต 2.1 GHz ที่ยังคงเป็นแรงผลักดันให้ต้นทุนค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ลดลง รวมถึงรายได้การให้บริการข้อมูลที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้กลยุทธ์ Market-penetration ที่ยังใช้ได้ดีอยู่และการประมูลคลื่นความถี่ 4G ปลายปีเป็นปัจจัยหนุนเติบโตต่อเนื่องปี 59 เนื่องจากปัจจุบัน ADVANC เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ไม่มีบริการ 4G
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 285 บาท : จากผลดำเนินงานที่ยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสที่จะเติบโตในอนาคตจากการให้บริการ 4G ทำให้ยังคงมีความน่าสนใจ โดยมูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี FCF (WACC ที่ 9% และ Terminal Growth ที่ 0.5%) ได้เท่ากับ 285 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









