วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

JASIF - ซื้อ

น่าสนใจลงทุนรับปันผลต่อปีที่ 8.1%

เงินปันผลต่อหน่วยเป็นไปตามคาด

กำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/58 ของ JASIF อยู่ที่ 1,130.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหน่วย (EPU) ที่ 0.21 บาท (ตั้งแต่ 1 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย. 2558) หากไม่รวมผลขาดทุนทางบัญชีจากเงินลงทุน 0.17 ล้านบาท กำไรหลัก (หรือทุนที่สามารถนำไปจ่ายเงินปันผลได้) อยู่ที่ 1,130.30 ล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 10.21 บาทต่อหน่วย ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2558

บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหน่วย (DPU) เท่ากับ 0.20 บาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 97.3% ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 0.21 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้เงินปันผลที่ 0.20 บาทต่อหน่วยยังไม่รวมการลดทุนอีกจำนวน 461 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะนำมาจ่ายใหนักลงทุนได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เงินปันผลที่จ่ายดังกล่าวสำหรับงวดวันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2.02% (อ้างอิงจากราคาปิดที่ 9.90 บาท) หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คำนวณสำหรับทั้งปีที่ 8.10% วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ได้แก่ วันที่ 7 ส.ค. 2558 และวันที่จ่ายเงินปันผลได้แก่ วันที่ 27 ส.ค. 2558 ถ้ารวมกับเงินปันผลจำนวน 0.11 บาท ที่ได้จ่ายไปแล้วสำหรับงวดวันที่ 10 ก.พ. ถึง 31 มี.ค. เงินปันผลสำหรับงวดวันที่ 10 ก.พ. ถึง 30 มิ.ย. 2558 อยู่ที่ 0.31 บาทต่อหน่วย อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 3.13% สำหรับงวดดังกล่าว หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลทั้งปีที่ 8.11%

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

รายได้ค่าเช่าจากกองทุนอยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท โดยจำนวนสายใยแก้วนำแสง (OFC) ที่โอนเข้า JASIF ในช่วงระหว่างวันที่ 10 ก.พ. ถึง 30 มิ.ย. อยู่ที่ 838,800 หลักก.ม. ซึ่งประกอบด้วยสายใยแก้วนำแสง (OFC) จำนวน 800,500 หลักก.ม. ที่โอนตั้งแต่ตอนตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) และอีก 37,500 หลักก.ม.ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว อัตราค่าเช่าภายใต้สัญญาเช่าหลักสำหรับ 80% ของคาปาซิตี้ทั้งหมดอยู่ที่ 425 บาทต่อหลักก.ม.ต่อเดือน และอัตราค่าเช่าสำหรับสัญญาเช่ารอง 20% ของคาปาซิตี้ทั้งหมดอยู่ที่ 750 บาทต่อหลักก.ม.ต่อเดือน รายได้ค่าเช่าสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.19 พันล้านบาท หลังหักค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง 41 ล้านบาท ค่าสิทธิพาดสาย 7 ล้านบาท

และ ค่าประกันภัยมูลค่า 1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 98.8% กำไรหลังจากหักค่าใช้จ่ายบริหารจัดการกองทุนอยู่ที่ 1.14 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 94.4% กำไรสุทธิที่ 1.13 พันล้านบาทคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 93.4%

แนวโน้ม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท ทรงตัว QoQ จากการโอนสายใยแก้วนำแสง (OFC) เข้า JASIF เพิ่มขึ้นอีก 23,000 หลักก.ม.ในไตรมาส 3/58 (เทียบกับจำนวน 23,000 หลักก.ม.ที่โอนเข้าในไตรมาส 2/58) เราคาดรายได้ค่าเช่าในไตรมาส 3/58 ที่ 1.2 พันล้านบาท ทรงตัว QoQ เราคาดเงินปันผลต่อหน่วยในไตรมาส 3/58 ที่ 0.20 บาท (ที่ไม่รวมการลดทุน)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 และราคาเป้าหมายไว้เท่าเดิม

คำแนะนำ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 9% (ที่รวมการลดทุนแล้ว) ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนจากเงินปันผลจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนโทรคมนาคมอื่นๆ