วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

หุ้นในกลุ่มน้ำมันและก๊าซที่ปลอดภัยที่สุด

ประเด็นการลงทุน

จากความกังวลด้านราคาน้ำมันดิบ กอปรกับแนวโน้มการอ่อนตัวลงของค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมี หุ้น PTT น่าจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม Oil & Gas เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน การปรับสัดส่วนกำไรที่มาจากธุรกิจหลักมากขึ้น (ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับ 30% ของผลกำไรทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา) ตามมาด้วยการยกเลิกการควบคุมราคา NGV และ ราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซ รวมทั้งการสูตรค่าผ่านท่อส่งก๊าซแบบ cost-plus return จะช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ในความเห็นเราผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 2/58 ถึง 3/58 รวมทั้งมูลค่าหุ้นน่าสนใจ (PBV ที่ 1 เท่า) น่าจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักลงทุนสนใจในหุ้นตัวนี้

ธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 2/58 แม้ ผลประกอบการของ PTTEP จะอ่อนตัวลง

แม้ผลประกอบการของ PTTEP จะชะลอตัว แต่กำไรสุทธิของ PTT คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% QoQ ในไตรมาส 2/58 เป็น 2.45 หมื่นล้านบาท (แต่ลดลง 19.3% YoY) นอกจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการกลั่นและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแล้ว ธุรกิจหลักมีผลกำไรเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีแรงหนุนจากปริมาณขายก๊าซที่เพิ่มขึ้น, ขาดทุนจากการขาย NGV ที่ลดลง และต้นทุนก๊าซที่ลดลงซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการในส่วนของยอดขายก๊าซให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทจะรับรู้กำไรที่ 2.8 พันล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษี) จากการขายหุ้น BCP ทั้งนี้อุปสงค์ในช่วงไฮซีซั่นของผลิตภัณฑ์ก๊าซมีน้ำหนักมากว่าผลกระทบจากปริมาณการรับซื้อก๊าซที่ลดลงของโรงแยกก๊าซ ส่งผลให้ปริมาณขายปรับเพิ่มขึ้น 1% QoQ เป็น 4,879 mmcfd ทั้งนี้ผลกระทบการปรับราคาNGV ทั้งไตรมาส (ตั้งแต่เดือน ก.พ.) จะช่วยลดการขาดทุนจากการขาย NGV เหลือ 2.8 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับของไตรมาส 1/58 ที่ 3.3 พันล้านบาท และ ประมาณ 5 พันล้านบาทต่อไตรมาสเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่การขายก๊าซให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (เป็นสัดส่วนประมาณ 14% ของยอดขายผลิตภัณฑ์ก๊าซทั้งหมด) มีผลขาดทุนในไตรมาส 1/58 เนื่องจากความล่าช้าในการปรับราคาขายก๊าซเพื่อให้สะท้อนต้นทุน

คาดผลประกอบการไตรมาส 3/58 ยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางราคาของผลิตภัณฑ์พลังงานที่อ่อนตัวลง

ขณะที่ประมาณการของผลประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลงเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของราคาน้ำมัน อาจมีผลกระทบต่อกำไรหลังหักภาษีของ PTT ในไตรมาส 3/58 (อ้างอิงจากรายงานการกลั่นและปิโตรเคมีของเรา ที่กล่าวไว้เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่าผลประการที่สูงในไตรมาส 2/58 ได้ผ่านไปแล้ว และจะพลิกกลับเป็นผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในครึ่งหลังปี 58 ) แต่เราเชื่อว่า PTT จะมีผลกระทบน้อยกว่าบริษัทโรงกลั่นและปิโตรเคมีในเครือ โดยคาดว่าจะปรับลดลงเพียง 25% QoQ มาอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท นอกจากผลประกอบการที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของ PTTEP เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกว่าผลประกอบการของธุรกิจหลักของ PTT จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง การปิดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซที่น้อยลง (โดยโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 1 ปิดไป 60 วัน ในไตรมาส 2/58) จะส่งผลให้ปริมาณขายก๊าซและปริมาณการผลิตของโรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น 2% QoQ และ 7% QoQ เป็น 4,995 mmcfd และ 1.6 ล้านตัน ตามลำดับ (ข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละไตรมาสในรูปที่ 1-3)

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในเชิงลบ

ความกังวลในด้านราคาน้ำมันดิบว่าอาจลดลงอีก ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มของผลประกอบการของ PTT ในไตรมาส 3/58 อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกำไรจากธุรกิจหลักในด้านผลิตภัณฑ์ก๊าซและน้ำมันที่มีเสถียรภาพ จะช่วยบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อ PTT ทั้งนี้การคิดค่าผ่านท่อก๊าซด้วยวิธี cost-plus-return และการปรับราคา NGV และราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซ ส่งผลกำไรของ PTT ต่อไตรมาสอยู่ที่ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเห็นชัดเจนขึ้นในไตรมาสถัดๆไป โดยคิดเป็นสัดส่วน 60% ของผลประกอบการในไตรมาส 3/58 (เทียบกับ 50% ในไตรมาส 2/58 และ 30% ในอดีต) ผลกำไรจากที่กล่าวมานี้จะเป็นกำไรขั้นต่ำของบริษัทหากไม่มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มเติมจากบริษัทในเครือภาวะที่มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ทั้งนี้เราไม่คิดว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงอย่างรุนแรงในอดีต จนส่งผลให้เกิดการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4/58 จะเกิดขึ้นอีกครั้ง