น่าลงทุนที่สุดในตลาด
ประเด็นการลงทุน
เราปรับประมาณการผลประกอบการปี 58 เพิ่มขึ้น 19% พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 650 บาท จากเดิมที่ 590 บาท เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 2/58 ดีกว่าคาดและแนวโน้มกำไรของธุรกิจปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง โดยกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งนี้สามารถกลบผลกระทบจากการอ่อนตัวของกำไรในระยะสั้นจากธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและกระดาษได้ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการของ SCC สามารถเติบโตได้ในระดับสูงต่อเนื่องทั้งปี ทั้งนี้การปรับประมาณการกำไรดังกล่าวทำให้ราคาซื้อขาย SCC น่าสนใจมาก โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER เพียง 12.8X ในปี 58 และ 11.9X ในปี 59 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวของหุ้นที่ 13X เรามองว่าปัจจุบัน SCC เป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดในตลาด
ผลประกอบการไตรมาส 2/58
กำไรสุทธืไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 13.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% YoY และ 38% QoQ หากไม่รวมกำไรจากสต็อกวัตถุดิบที่ 970 ล้านบาท และผลขาดทุนจากรายการอัตราแลกเปลี่ยนที่ 270 ล้านบาท ผลกำไรหลักจะอยู่ที่ 13.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% YoY และ 31% QoQ ซึ่งดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 28% และของตลาด 18% เนื่องผลกำไรของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ดีกว่าคาด
ผลกำไรของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแตะจุดสูงสุด
แม้ไม่รวมกำไรจากสต็อกวัตถุดิบ กำไรหลักของธุรกิจในกลุ่มปิโตรเคมีแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 8.2 พันล้านบาทในไตรมาส 2/58 เพิ่มขึ้น 251% YoY และ 40% QoQ ซึ่งมากกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจาก SCC ได้เปลี่ยนแปลงการผลิตใหม่ ทั้งนี้เนื่องด้วยส่วนต่างราคาเฉลี่ยของ HDPE-Ethylene อยู่ที่ -11 เหรียญต่อตันในไตรมาส 2/58 ทางบริษัทจึงลดการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และส่ง Ethylene ให้บริษัทร่วมซึ่งผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าแทน ส่งผลให้ผลประกอบการในธุรกิจ HPDE ไม่แย่อย่างที่คาดไว้ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 552% YoY และ 94% QoQ เป็น 2.9 พันล้านบาท
อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์กำลังฟื้นตัว
อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 2% YoY ในไตรมาส 2/58 แต่คงที่ ในครึ่งแรกปี 58 โดยมีอุปสงค์ของภาครัฐ ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 11% YoY ในไตรมาสนี้ ขณะที่อุปสงค์จากภาคธุรกิจและที่อยู่อาศัยปรับลดลง 3% และ 5% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม SCC เห็นว่าอุปสงค์ในภาคธุรกิจจะฟื้นตัวซึ่งจะส่งให้ความต้องการใช้ซีเมนต์ในประเทศสามารถขยายตัวได้ 6% YoY ในครึ่งหลังปี 58 แม้ว่าจะไม่มีโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เข้ามาก็ตาม ส่วนด้านอุปสงค์ของวัสดุก่อสร้างยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 58 แต่น่าจะเห็นการฟื้นตัวในปีหน้า
แนวโน้มครึ่งหลังปี 58
ผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 58 โดยส่วนต่างราคาระหว่าง HDPE-Naphtha ในไตรมาส 3/58 จนถึงปัจจุบันยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของไตรมาส 2/58 นอกจากนี้ส่วนต่างราคาของผลิตภัณฑ์ต้นน้ำและปลายน้ำเริ่มมีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลให้ โรงงานผลิตปลายน้ำของ SCC มีผลกำไรมากขึ้น ทั้งนี้ แม้กำไรจากธุรกิจซีเมนต์จะอ่อนตัวลงจากค่าเสื่อมราคาของโรงงานใหม่ เราคาดว่าผลกำไรรวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 26% YoY ในครึ่งหลังปี 58








