ซื้อเก็งกำไร/ถือหุ้นที่ซื้อมาบริเวณ 1400 จุด เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1430/1450 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ฟื้นตัวต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อเก็งกำไร เพื่อรอขายบริเวณ 1430/1450 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ ขึ้นสลับย่อ แนวต้าน 1422/1433 จุด แนวรับ 1408/1400 จุด ปัจจัยบวกมาจาก โมเมนตัมการฟื้นตัวของตลาดหุ้นภูมิภาควานนี้ ที่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น หลังจากผลประชุมเฟดกลางสัปดาห์เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่ตัวเลข GDP สหรัฐไม่กระทบตลาดมากนัก แม้ 2Q58 เติบโตต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (2.3% Vs 2.6%) แต่ 1Q58 GDP ปรับขึ้นเป็น +0.6% (Vs เดิม -0.2%) และคาด 3Q58 เติบโตสูง2.5-3%q-q ส่วนปัจจัยลบจะมาจากปัจจัยต่างประเทศ ผลกระทบจากดอลล์แข็งค่า ยังส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีแนวโน้มปรับลงต่อเนื่อง และการผันผวนของตลาดหุ้นจีน
กลยุทธ์ แนะนำ ซื้อเก็งกำไร/ถือหุ้นที่ซื้อมาบริเวณ 1400 จุด เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1430/1450 จุด เน้นหุ้นที่ถูก short sell สูงช่วงเดือน ก.ค. (KBANK PTT TRUE SCB AOT) ดูรายละเอียดเพิ่มในเล่ม
ปัจจัยต่างประเทศ
เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด ยังไม่ชี้ชัดระยะเวลาขึ้นดอกเบี้ย ผลการประชุมเฟดเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ทั้ง 10 คนลงคะแนนเสียง เห็นชอบต่อมติการประชุมให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุแต่เพียงว่าเฟดต้องการเห็นตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ ในแถลงการณ์หลังการประชุม เฟดได้ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลางในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ภาคครัวเรือนมีการขยายตัว ส่วนภาคที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวดีขึ้น เฟดยังระบุว่าตลาดแรงงานได้ปรับตัวขึ้น โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่อัตราการว่างงานได้ลดต่ำลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายในระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงการดิ่งลงของราคาพลังงาน
โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ก.ย. ส่งผลให้ทิศทางดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
สหรัฐประกาศจีดีพี 2Q58 เติบโต 2.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อยที่ระดับ 2.5% แต่ถือว่ายังเป็นระดับที่แข็งแกร่ง ขณะที่มีการปรับตัวเลขจีดีพีของไตรมาสแรกขึ้นเป็นเติบโต 0.6% จากเดิมที่หดตัว 0.2% โดยปัจจัยที่ทำให้จีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสแรกนั้น มาจากยอดส่งออกและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่แข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายในภาครัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ การประกาศตัวเลขจีดีพีที่ไม่สร้างความประหลาดใจ มากนักของสหรัฐ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดค่อนข้างทรงตัว
ปัจจัยในประเทศ
Sentiment เชิงบวกกลับมาเล็กน้อย หลัง รมว. คลัง เสนอ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมาตรการดังกล่าวได้แก่ 1. การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 6.5 หมื่นล้านบาท 2. การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 3. การกระตุ้น โดยใช้นโยบายการเงินการคลัง (ซึ่งรวมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และ SMEs) 4. การกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการที่บรรจุในงบประมาณประจำปี 1.57 แสนล้านบาท 5. การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมุนเวียน
เช่น การขยายเวลาการชำระหนี้ และ 6. การปรับปรุงการบริหารสหกรณ์ที่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเสนอเข้าครม. ในวันที่ 4 ส.ค. นี้ อย่างไรก็ดี มาตรการส่วนใหญ่เป็นมาตรการเดิม และไม่ได้ส่งผลบวกในทันที แต่ก็ช่วยสร้าง sentiment บวกได้ในระดับหนึ่ง
สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น Daily สะท้อนดัชนีฯเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบขาลงใหญ่ โดยมี Downside ต่ำสุดอยู่ที่ 1380-1375 จุด ขณะที่ดัชนียังสามารถประครองตัวจากแนวรับสำคัญ 1400 จุดได้ และมีแรงรีบาวด์กลับค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้คาดว่า ดัชนีจะมีโอกาสของการรีบาวด์ระยะสั้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้าน 1430/1450 จุด






