หอการค้าญี่ปุ่น แนะไทยเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน-การเมือง
นายมาซายาสุ โฮซูมิ ประธานคณะวิจัยเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ขณะนี้นักลงทุนญี่ปุ่นไทยเรียกร้องรัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนและให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพทางการเมืองเนื่องจากมองว่าในช่วงครึ่งแรกของปีเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศและยอดขายสินค้าของผู้ประกอบการลดลง
"ผลสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 58 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบริษัทสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นจำนวน 415 บริษัท พบว่าสภาพธุรกิจโดยรวมปรับตัวในทิศทางที่แย่ลงส่งผลให้ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจติดลบ 4% เมื่อกับช่วงครึ่งแรกของปี 57 เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศชะลอตัวจากกำลังซื้อที่ลดลง"
ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 58 เชื่อว่าสภาพธุรกิจจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นบวก 20% ซึ่งผู้ประกอบการประเมินว่านาจะมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐเป็นหลัก รวมถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการส่งออกรถยนต์ที่มีแนวโน้มจะดีขึ้น แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาการส่งออกรถยนต์จะติดลบเพราะเปลี่ยนรุ่นใหม่
นายมาซายาสุ กล่าวว่า เมื่อดูในรายละเอียดเรื่องของการลงทุนพบว่านักลงทุน 37% ต้องการลดการลงทุนในไทยลง, นักลงทุนในอัตรา 35% ต้องการที่จะมีการลงทุนเพิ่ม และอัตรา 24% มีการลงทุนคงที่ ส่วนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น พบว่าส่วนใหญ่ 56% ไม่สนใจขยายการลงทุน เพราะปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นกว่า 4,500 บริษัท ใช้เงินลงทุนในไทยปริมาณมากแล้ว สอดคล้องกับความเห็นของบริษัทญี่ปุ่นที่จะมีการลดการลงทุนในประเทศไทยลง
"ญี่ปุ่นมองว่าอุตสาหกรรมที่มีอนาคตสดใดในระยะกลางมากที่สุดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ รองลงมาเป็น อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทาง, อุตสาหกรรมการแพทย์และสวัสดิการ, อุตสาหกรรมอาหาร, อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์,การสื่อสารและการขนส่งเป็นต้น"









