วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BLS.Quantitative strategy (28 ก.ค.58)

ตลาดไม่สามารถปรับขึ้นถึงระดับเป้าหมายได้ ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น

- ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยไม่สามารถรีบาวด์ตามที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ได้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย

-ในบทวิเคราะห์ฉบับก่อนหน้านี้ เราคาดว่าตลาดจะรีบาวด์จากแดน Oversold เนื่องจากดัชนีชี้วัดโมเมนตัม (Momentum Strength Index) และดัชนี Volume Flow ใกล้ถึงจุดกลับตัว อย่างไรก็ตามดัชนีสองตัวนี้ปรับตัวได้ไม่ดีนักซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 4/56 (ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 26% จากจุดสูงสุด)

- ความผันผวนของตลาดซึ่งวัดโดย E-GARCH Volatility แกว่งตัวใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวมาเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือนและไม่สามารถปรับลดลงตามที่โมเดลได้คาดการณ์ไว้ได้ ชี้ว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับต่่า

- ดัชนีชี้วัดโมเมนตัมรายวันอ่อนตัวลงและไม่สามารถกลับมามีโมเมนตัมเหมือนดังเช่นเคยเกิดขึ้นได้ ชี้ว่าตลาดก่าลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามคาด (Hidden-tail Risk)

- ขณะเดียวกันดัชนี Volume Flow ไม่สามารถฟื้นตัวจากแดน Oversold ได้ ชี้ว่าตลาดจะเผชิญกับแรงขายเป็นระยะเวลานานขึ้น

- อัตราส่วนปริมาณเงินตามความหมายกว้างต่อมูลค่าตลาด (Broad Money to Market Cap) ยังคงอยู่ในกรอบล่าง ชี้ว่านักลงทุนในประเทศไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะช่วยหนุนตลาดในช่วงนี้

- เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยดาวน์ไซด์ระยะสั้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1350 จุด

- เราแนะน่า ขาย BBL, BCP, BJC, KBANK, LPN และ STPI



Investment summary

- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงสู่ระดับต่่าสุดที่ 1412 จุดเมื่อวานนี้ ซึ่งผิดจากที่เราคาดการณ์เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจไทย

-ในบทวิเคราะห์ฉบับก่อนหน้า เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะรีบาวด์เนื่องจาก 1) ดัชนี้ชี้วัดโมเมนตัมเริ่มฟื้นตัวจากระดับต่่าว่าศูนย์ และ 2) ดัชนี Volume Flow ปรับตัวลดลงจนใกล้ระดับ Oversold อย่างไรก็ตามดัชนีสองตัวนี้ปรับตัวได้ไม่ดีนักและไม่สามารถฟื้นตัวตามที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าได้ ทั้งนี้รูปแบบนี้คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4/56 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 26% จากระดับสูงสุด

- ความผันผวนของตลาดซึ่งวัดโดย E-GARCH Volatility แกว่งตัวใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวมาเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือนและไม่สามารถปรับลดลงตามที่โมเดลได้คาดการณ์ไว้ได้ ชี้ว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับต่่า

- ดัชนีชี้วัดโมเมนตัมรายวันอ่อนตัวลงและไม่สามารถกลับมามีโมเมนตัมเหมือนดังเช่นเคยเกิดขึ้นได้ ชี้ว่าตลาดก่าลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามคาด (Hidden-tail Risk) 

- ดัชนี Bull2Bear ระยะกลางก่าลังปรับตัวลงสู่กรอบล่าว ชี้ว่าหุ้นที่มีสัญญาณเชิงลบในตลาดมีจ่านวนมากกว่าหุ้นที่สัญญาณเชิงบวก ขณะเดียวกันดัชนี Volume Flow ไม่สามารถฟื้นตัวจากแดน Oversold ได้ ชี้ว่าตลาดจะเผชิญกับแรงขายเป็นระยะเวลานานขึ้น

- อัตราส่วนปริมาณเงินตามความหมายกว้างต่อมูลค่าตลาด (Broad Money to Market Cap) ยังคงอยู่ในกรอบล่าง ชี้ว่านักลงทุนในประเทศไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะช่วยหนุนตลาดในช่วงนี้ ข้อมูลในอดีตชี้ว่าเมื่ออัตราส่วนดังกล่าวอยู่ต่่ากว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว ตลาดจะมีความเสี่ยงขาลงมากขึ้นเนื่องจากปริมาณเงินได้ถูกดูดไปอยู่ในตลาดหุ้นมากแล้ว

- เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในช่วงขาลงโดยมีดาวน์ไซด์ที่ระดับ 1350 จุด

- เราแนะน่า ขาย BBL, BCP, BJC, KBANK, LPN และ STPI