วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทดสอบแนวรับ 1420/1400 จุด

รอซื้อเพิ่ม/ซื้อคืนบริเวณ 1400-1420 จุด ยังเน้นกลุ่มรับเหมา สื่อสาร ท่องเที่ยว และเพิ่มกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากบาทอ่อนค่า

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลดลง ทดสอบแนวรับ 1420/1400 จุด แนะ รอซื้อคืนบริเวณ 1400-1420 จุด

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลดลง ทดสอบแนวรับ 1420/1400 จุด โดยปัจจัยถ่วงตลาดยังคงเป็น แรงขายตลาดหุ้นเกิดใหม่ของต่างชาติ การปรับลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความผันผวนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (บาทอ่อนค่ากว่า 3%w-w ซึ่งถือว่าอ่อนค่าสุดในภูมิภาค จากเศรษฐกิจไทยมีสารพัดข่าวร้ายต่อเศรษฐกิจและเฟดมีโอกาสสูงถึง 78.3% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ก.ย. นี้ ส่วนการประชุมเฟดกลางสัปดาห์นี้ มีโอกาสเพียง 6.5% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย) รวมถึง เศรษฐกิจไทย กำลังถูกปรับลดเป้าหมาย
เศรษฐกิจลดลงรอบใหม่ หลังโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอาจชะลอออกไป ส่วนปัจจัยบวก รอลุ้นข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเกิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ปัจจัยอื่นๆที่ต้องจับตา คือ รายงานผลกำไร 2Q58F บจ. สหรัฐฯ และไทย โดยจะมีแรงขายเพิ่มขึ้นหากรายงานกำไรออกมาตามคาดหรือ แย่กว่าคาด

กลยุทธ์  แนะ รอซื้อเพิ่ม/ซื้อคืนบริเวณ 1400-1420 จุด (หลังวานนี้แนะหาจังหวะขาย) ยังเน้นกลุ่ม รับเหมา สื่อสาร ท่องเที่ยว และเพิ่มกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากบาทอ่อนค่า
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่

1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : จับตา รายงาน 2Q58F GDP อังกฤษ (คาด +0.7%q-q Vs 0.4%q-q ใน 1Q58) และสหรัฐฯ (ตลาดคาด +2.5 ถึง 2.8%q-q Vs -0.2%q-q) ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด 15 จาก 17 ราย คาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกปีนี้ และมีจำนวน 10 จาก 17 รายที่คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งปีนี้) รายงานดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมิ.ย.ของไทย ด้านฟิลิปปินส์-รัฐบาล สัปดาห์นี้จะเสนองบประมาณปี 59 มูลค่าสูงถึง $66bn. (+15%y-y)

2) – Fed rate Vs ตลาดหุ้น : ผลสำรวจล่าสุดของ Bloomberg ที่จัดทำระหว่างวันที่ 2- 8 ก.ค. (จากเดิม 5- 10 มิ.ย.) พบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ (78.3 Vs 78%%) คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก ในเดือน ก.ย. ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ค. คาดมีโอกาสเกิดขึ้น 6.8% เราคาดว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด จะส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยหากอิงจากความสัมพันธ์ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ครั้งล่าสุด เดือนมิ.ย. 47 จะพบว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนก่อนประกาศขึ้นดอกเบี้ยจนถึง 1 เดือนหลังขึ้นดอกเบี้ย จะให้ผลตอบแทนอยู่ในช่วง -2% ถึง +1% ขณะที่ตลาดหุ้น S&P ให้ผลตอบแทน -3% ถึง +2% โดยการปรับลดลงจะเกิดขึ้นหลังจาก เฟด ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก

3) +/-2Q58F Earnings outlook:

      ไทย : กลุ่ม Non-bank จะทยอยประกาศงบการเงินต่อเนื่อง โดยเราคาดว่ากลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ มีเดีย พลังงานทางเลือก จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีขึ้น q-q ส่วนกลุ่มลิสซิ่ง ประกันภัย สื่อสาร คาดรายงานกำไรเติบโตชะลอตัว

       สหรัฐฯ : จะทยอยประกาศงบ จำนวนมาก สัปดาห์นี้ที่น่าสนใจได้แก่ FORD, FACEBOOK, TIME WARNER, EXXON เราคาดว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะผันผวนตามรายงานผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานจะรายงานกำไรดีขึ้น q-q (2Q58 crude price +20.5%q-q เป็น $59.47 จาก $47.60 ต่อบาร์เรล)

4) อื่นๆ – Goldman Sachs, BofA-ML ยังคงให้น้ำหนัก Underweight สำหรับตลาดหุ้นเอเชียน และล่าสุด CS ลดน้ำหนักลงทุน PTTGC เป็น Neutral (จากเดิม Overweight)


สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น Daily สะท้อนดัชนีฯเคลื่อนไหวอยูในกรอบขาลงใหญ่ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1420 จุดและกรณี Downside ต่ำสุดอยู่ที่ 1380-1385 จุด แต่สัญญาณ RSI ที่ลงมาใกล้ระดับ Oversold ทำให้คาดว่า จุดลุ้นรีบาวด์จะอยู่ที่ 1400-1420 จุดมากกว่า 1380 จุด