ธุรกิจที่หลากหลาย ช่วยพยุงกำไร 2Q58
คาดกำไร2Q58 เพิ่ม 2% QoQแต่ลดลง 33% YoY
เราประเมินว่าในงวด 2Q58ธุรกิจขายเครื่องมือถือของ SAMART (SIM) จะชะลอตัว เพราะคาดจะมีปริมาณขายลดลงเหลือราว 8.4 แสนเครื่อง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ขายได้8.9ล้านเครื่องอีกทั้งคาดธุรกิจจัดเส้นทางการบินในกัมพูชา จะชะลอลงเช่นกัน เพราะเป็นช่วง low season ของการท่องเที่ยวของกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตามสามารถชดเชยได้ด้วยการฟื้นตัวของธุรกิจติดตั้งและวางระบบสารสนเทศให้ภาครัฐ(SAMTEL)ที่เริ่มมีงานใหม่เข้ามาแล้วส่วนธุรกิจอื่นๆยังมีแนวโน้มทรงตัวทำให้เราคาดว่า SAMART จะมีกำไรสุทธิงวด2Q58ที่ 277 ล้านบาท (+2% QoQ, -33% YoY)
แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2Q58 เป็นต้นไป
คาดกำไรของบริษัทจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2H58 ด้วยแรงหนุนของการฟื้นตัวจาก บ.ลูก โดยเฉพาะSAMTEL ที่คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะมีงานในมืออยู่แล้ว 6 พันล้านบาทแล้ว (จะบันทึกเป็นรายได้ในปี 58 บางส่วนราว 30%) คาดจะได้งานใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 3Q58– 4Q58 โดยปัจจุบันชนะประมูลงานแล้วในมูลค่ารวม 2.4 พันล้านบาท (สูงกว่า 1H58 ที่ได้งานใหม่เพียง 1.9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดยอดขายเครื่องมือถือจะกระเตื้องขึ้นหลังบริษัทมีนโยบายขายตรงมากขึ้น บวกกับผลบวกของฤดูกาลในไตรมาส 4 ที่ผู้บริโภคมักซื้อมือถือใหม่ในช่วงเทศกาล
ปรับลดประมาณการกำไรปี 58-59 ลงตามการปรับลดกำไรของ บ.ลูก
แต่อย่างไรก็ตามเราต้องปรับลดคาดการณ์กำไรในปี 58 – 59 เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลดกำไรของ SIM และ SAMTELโดย 1)ปรับลดยอดขายมือถือปี 58 จาก 4.2 ล้านเครื่อง เหลือ 3.8ล้านเครื่อง ส่วนปี 59 ปรับลดจาก 4.5 ล้านเครื่อง เหลือ 4ล้านเครื่อง 2) ปรับลดรายได้จาก SAMTEL ในปี 58 – 59 ลงเฉลี่ย 13%ภายหลังการปรับปรุงทำให้กำไรสุทธิในปี 58 – 59 ของ SAMART ลดลงจากเดิมเฉลี่ย 14% เหลือ 1.31 พันล้านบาท (-12% YoY) และ 1.46 พันล้านบาท (+12% YoY) ตามลำดับ
ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ภายใต้ประมาณการใหม่ ราคาเหมาะสมปี 58 ปรับลดจาก 32 บาทเหลือ 26.00บาท (วิธี SOTP อิงราคาเหมาะสมของ SIM ที่ 2.06บาทSAMTEL ที่ 23บาท และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในไทย 4 โรง มูลค่ารวม 2.24 บาท)ซึ่งยังมี upside 22% จากราคาปัจจุบัน รวมทั้งคาดหมายผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับปี 58 ราว 3.3% ซึ่งยังจูงใจ (ประเมินปันผลงวด 1H58 ที่ 0.30 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 1.4%) นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกในระยะ4-5 ปีข้างหน้าจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในกัมพูชา ที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









