วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SVI - ซื้อ

กำลังผลิตกลับสู่ปกติ รับรู้เงินชดเชยประกัน...หนุนกำไร 2Q58

กำลังผลิตกลับสู่ปกติ บวกกับรับรู้เงินชดเชยประกัน...หนุนกำไร 2Q58

เราคาดผลประกอบการในงวด 2Q58 ของ SVI จะถูกขับเคลื่อนจาก 1) การฟื้นตัวของรายได้ซึ่งคาดที่ 2.1 พันล้านบาท (+56% QoQ) เนื่องจาก 2Q58 เป็นไตรมาสแรกที่กลับมาผลิตได้เป็นปกติเต็มไตรมาส ด้วยกำลังการผลิตที่กลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดเพลิงไหม้ โดยคำสั่งซื้อส่วนใหญ่ยังมาจากลูกค้าเดิม จึงคาด Utilization rate ราว 75% (สูงกว่า 1Q58 ที่ 50% แต่ยังต่ำกว่า 82% ใน 2Q57) และ 2) อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 8.5% ในไตรมาสก่อน เป็นราว 11% เพราะได้ประโยชน์จากเครื่องจักรใหม่ที่เป็นรุ่นความเร็วสูงและการอ่อนค่าของเงินบาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารมีทิศทางทรงตัว จึงคาดกำไรปกติ (Normalized Profit) ในงวด 2Q58 ที่ 159 ล้านบาท (+160% QoQ , -16% YoY) แต่เนื่องจากใน 2Q58 คาดว่าบริษัทจะบันทึกรายการพิเศษราว 760 ล้านบาท (แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าประกันภัยเพลิงไหม้ราว 800 ล้านบาท และขาดทุนพิเศษอีกหลายรายการรวม -40 ล้านบาท) ซึ่งจะผลักดันให้กำไรสุทธิพุ่งแรงเป็น 920 ล้านบาท (+228% QoQ , +380% YoY)

ครึ่งปีแรกที่อ่อนแอถือว่าเป็นไปตามคาด คงประมาณการกำไรปี 58 ไว้ตามเดิม

หากเป็นไปตามคาดการณ์ จะทำให้กำไรสุทธิใน 1H58 เป็น 35% ของประมาณการกำไรทั้งปี 58 ของเรา แม้ถือว่าต่ำกว่าระดับปกติในปีก่อนๆที่ควรจะอยู่สูงกว่า 40% ขึ้นไป แต่ตามคาดการณ์เดิมของเรา ไม่ได้คาดหวังกับผลประกอบการใน 1H58 ที่กำลังการผลิตยังไม่ได้กลับมาเต็มที่อยู่แล้ว ขณะที่การฟื้นตัวกลับมาได้ทันก่อนช่วงครึ่งปีหลังจะทำให้ได้อานิสงค์จากปัจจัยฤดูกาลด้วย (High season ใน 3Q58) เราจึงยังคงประมาณการไว้ตามเดิมที่คาดกำไรสุทธิปกติปี 58 ที่ 789 ล้านบาท (+1% YoY)

คงคำแนะนำ “ซื้อ” มองราคาที่อ่อนตัวลงเป็นโอกาสในการลงทุน

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาที่เหมาะสม 5.70 บาท ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อการฟื้นตัวของบริษัท มองทิศทางผลประกอบการที่กลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ราคาหุ้นปรับตัวกลับลงมาอยู่ระดับเดียวกับช่วงที่เกิดเพลิงไหม้ ถือว่าไม่สอดคล้องกัน เราจึงมองเป็นโอกาสซื้อ โดยการอ่อนตัวของราคาหุ้นเราคาดว่าเกิดจากการที่ตลาดกังวลกับความล่าช้าของแผนซื้อหุ้นคืนและประเด็นที่ SVI จะเสียสิทธิ GSP ในประเทศยุโรป ตั้งแต่ต้นปีนี้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีให้ลดต่ำลงราว 0.5-1% แต่สามารถชดเชยได้ด้วยประโยชน์จากเงินบาท/ดอลลาร์ ที่มีทิศทางอ่อนค่า ขณะที่ในปีหน้าบริษัทมีโอกาสจะกลับมาได้สิทธิประโยชน์ GSP จากการขยายโรงงานที่กัมพูชาซึ่งถือว่าคืบหน้าตามกำหนดการเปิดดำเนินงานใน 1H59