หาจังหวะขายช่วงดัชนีรีบาวด์ โดยเฉพาะหากไม่ผ่านแนวต้านหลัก 1465 จุด เพื่อรอซื้อเพิ่ม/ซื้อคืนบริเวณ 1400-1420 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ รีบาวด์ทางเทคนิค แนะหาจังหวะขาย เพิ่มรอซื้อคืนบริเวณ 1400-1420 จุด
คาดดัชนีฯ รีบาวด์สลับย่อ แนวรับ 1440/1430 จุด แนวต้าน 1450/1460 จุด โดยคาดเป็นเพียงการรีบาวด์ทางเทคนิค และทิศทางโดยรวมยังไม่จบช่วงการปรับฐาน ซึ่งเรามองแนวรับหลักรอบนี้ที่บริเวณ 1420-1400 จุด โดยคาดกลุ่มพลังงานจะยังถูกกดดันต่อเนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกที่กลับมามีทิศทางขาลง ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากระตุ้นแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาอีกรอบ ด้าน sentiment บวกจากตลาดต่างประเทศอ่อนแอลง ตามการปรับลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ
กลยุทธ์ แนะ หาจังหวะขายช่วงดัชนีรีบาวด์ โดยเฉพาะหากไม่ผ่านแนวต้านหลัก 1465 จุด เพื่อรอซื้อเพิ่ม/ซื้อ คืนบริเวณ 1400-1420 จุด
ปัจจัยต่างประเทศ
ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อเนื่อง วานนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดต่ำกว่าแนวรับหลัก 50 จุด โดยร่วงลงกว่า 3.3% มาปิดที่ระดับ 49.19 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้แรงกดดัน หลังจาก EIA เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับนักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่โอเปคยืนยันท่าทีว่าจะไม่มีการลดกำลังการผลิต โดยระบุว่าการร่วงลงของราคาน้ำมันในเดือนนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
นอกจากนี้ราคาน้ำมันยังได้แรงกดดันต่อเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังสหรัฐรายงานตัวเลขยอดขายบ้านมือสองในเดือน มิ.ย. พุ่งขึ้น 3.2% สู่ระดับ 5.49 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2007 โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี เพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. นี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ก.ค. นี้
โดยเราคาดราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงแรงจะยังกดดันกลุ่มพลังงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น ขณะที่แนวโน้มผลประกอบ 2Q58 ของ PTTEP คาดจะยังคงอ่อนแอ โดย KTZ คาด PTTEP จะมีกำไรสุทธิเพียง 110 ล้านบาท ใน 2Q58 (-99%YoY และ QoQ) ขณะที่แนวโน้ม 2H58 ยังไม่มีปัจจัยหนุนเข้ามาเพิ่ม ส่งผลทั้งปีกำไรอาจหดตัวราว 4% จากปี 57 ที่หดตัวกว่า 63%
ปัจจัยในประเทศ
ติดตามกระแสข่าวการปรับทีมเศรษฐกิจ แม้ว่าวานนี้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าจะยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง โดยยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่ยังมีกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ช้ากว่าคาด ขณะที่ภาคเอกชนมีท่าที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง โดยทางประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่าเป็นสัญญาณที่ดีหากทีมเศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามาสามารถทำงานและแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคเอกชนได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมามองว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่ประสานงานกับ ภาคเอกชนเท่าที่ควร และยังมีความล่าช้า
สัญญาณทางเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นดูแย่ลง หลังจากดัชนีหลุดแนวรับเส้น downtrend line บริเวณ 1460 ลงมา ขณะที่ตลาดขาดแรงซื้อช่วยหนุนการรีบาวด์ โดยแนวรับหลักถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 1420/1400 จุด ส่วนบริเวณ 1460-1465 จุด จะกลับมาเป็นแนวต้านแทน ทั้งนี้ คาดจะเห็นการเหวี่ยงตัวของดัชนีที่มากขึ้น โดยกรอบใหญ่ของการเคลื่อนตัวเปลี่ยนมาเป็นกรอบ downtrend ที่มีแนวรับหลัก 1400 จุด และแนวต้านหลัก 1495 จุด









