Auto Sector - เท่าตลาด

Auto Sector - เท่าตลาด

ผลิตรถเดือน มิ.ย.ทรุดต่อ คาดครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นช้าๆ

ยอดผลิตรถเดือน มิ.ย. ปรับลด YoY เป็นเดือนที่ 4

ยอดผลิตรถยนต์ในเดือน มิ.ย.อยุ่ที่ 1.51 แสนคันลดลง 5%YoY ปรับลดลงจากปีก่อนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการปรับลดลงทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยยอดขายรถในประเทศอยู่ที่ 6 หมื่นคัน ติดลบ 18%YoY จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ ทำให้อำนาจซื้อผู้บริโภคลดลง และภาคสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่วนตลาดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 7.7 หมื่นคันปรับลดลง 26%YoY ปรับลดลง YoY เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน เนื่องจากเป็นช่วงการเปลี่ยนโมเดลใหม่สำหรับโมเดลกระบะของค่ายรถรายใหญ่ที่เตรียมจะออกโมเดลใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง

คาดฟื้นตัวช้าๆใน 2H58 ..สภาอุตฯลดเป้าผลิตมาใกล้ที่เราคาด

เราคาดใน 2Q58 ยอดผลิตจะเป็นจุดต่ำสุดของปี ซึ่งเป็นผลกระทบจากฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวหลายวัน อีกทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนโมเดลใหม่ของผู้ประกอบการ ส่งผลให้ปริมาณผลิตรถปรับลดลง แนวโน้มใน 2H58 คาดว่ายอดผลิตจะปรับตัวดีขึ้นจากการผลิตรถโมเดลใหม่ ซึ่งคาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอ ราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ ทำให้สภาอุตสาหกรรมมีการปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้ลงจากเดิม ที่ 2.15 เหลือ 2.05 แสนคัน ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ KKTRADE คาดการณ์ที่ 2 ล้านคัน (แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก1.2 ล้านคัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคัน) ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 58 เราคาดกลุ่มยานยนต์ที่เราศึกษา 5 บริษัท (AH , IHL , IRC , SAT และ STANLY) มีกำไรสุทธิเติบโต 11% YoY เป็น 3 พันล้านบาท

ให้น้ำหนัก “เท่าตลาด” คาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

เราให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ “เท่ากับตลาด” เรามองว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มยานยนต์เข้าสู่ช่วงต่ำสุดของปีใน 2Q58 และจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H58 สำหรับปัจจัยเสี่ยงของอุตสาหกรรมได้แก่ การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า และปัญหาภัยแล้งที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อเกษตรกร ที่อาจทำให้อุปสงค์การบริโภครถยนต์ไม่ฟื้น และยอดผลิตรถยนต์ไม่เป็นไปตามเป้า

เราเลือก SAT (มูลค่าพื้นฐาน 22 บาท) และ IRC (มูลค่าพื้นฐาน 23 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่ม โดยทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตดีกว่ากลุ่ม ในขณะที่ราคาหุ้นยัง Underperform ซึ่ง SAT เราคาดผลประกอบการฟื้นตัว ตามอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศ ซึ่งจะเริ่มกลับมาเติบโตจากฐานการผลิตที่เป็นปกติ และการเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าคูโบต้าที่มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 11% ต่อปี ในช่วงปี 2558 – 2560 ส่วน IRC คาดกำไรสุทธิเติบโตราว 22% YoY โดยประสิทธิภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้น จากผลของขนาดยอดขายที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการประหยัดขนาด และต้นทุนยางซึ่งคิดเป็นวัตถุดิบหลัก คาดราคาปรับลดลงเฉลี่ย 16%YoY จากภาวะราคายางในตลาดซึ่งมีอุปทานส่วนเกินอยู่ สำหรับราคาหุ้นปัจจุบัน SAT และ IRC ซื้อขายที่ P/E 9.8 เท่า และ 8.9 เท่า ตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 12 เท่า นอกจากนี้คาด SAT และ IRC ยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% และ 4.5% ตามลำดับ เทียบจากราคาปัจจุบัน