ดัชนีหุ้นไทยร่วงต่ำสุดในรอบ 1 ปี 1 เดือน เหตุต่างชาติเมินลงทุน เทขายสุทธิต่อเนื่อง กดดันบรรยากาศการลงทุน หวั่นเศรษฐกิจชะลอตัว
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 1 ปี 1 เดือน โดยปิดตลาดที่ 1,447.44จุด ลดลง 19.27 จุด หรือ 1.31 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย40,249.43ล้านบาท และต่ำสุดระหว่างวัน ลดลง 23.92 จุด หรือ 1.36 % อยู่ที่ 1,442.79 จุด จากปัจจัยภายในประเทศกดดันเป็นหลัก โดยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ต่ำกว่า 3% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่ฟื้นตัว และปัญหาภัยแล้ง ยังเป็นผลกระทบที่หลายฝ่ายต้องจับตาเป็นพิเศษ รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังช้ากว่าคาด นอกจากนี้การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำหลายบริษัท ทำให้บริษัทหลักทรัพย์เตรียมปรับลดประมาณการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนทั้งปีลง
ทั้งนี้ ระหว่างวันมีแรงขายทำกำไรในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ โดยกลุ่มพลังงาน ได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันอยู่ที่ 50.15 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล รวมถึงแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคารหลังการประกาศผลประกอบการที่อ่อนแอตามที่นัก วิเคราะห์คาดการณ์
ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังเทขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีการขายสุทธิกว่า 33,516.58 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปี 57 ทั้งปีที่นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิ 36,584.47 ล้านบาท
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ความน่าสนใจในตลาดหุ้นอาเซียนปรับตัวลดน้อยลง เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย และถูมิภาคในช่วงนี้ และยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เตรียมขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ อาจกดดันให้มีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังถือว่าเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว เนื่องจากราคาที่ปรับลดลงอยู่ในระดับต่ำ และน่าสะสม
สำหรับการเดินทางไปนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุนต่อชาติ ในประเทศสิงคโปร์ช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลตอบที่ดี นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทย และไม่กังวลต่อสถานการณ์ในประเทศแต่อย่างใด นอกจากนี้ตลท.มีแผนเดินทางไปนำเสนอข้อมูลที่เมืองนิวยอร์กในช่วงเดือน ต.ค นี้






