กำไรปีนี้แข็งแกร่ง มีโอกาสได้งานใหม่ค่อนข้างสูงซึ่งจะช่วยหนุนกำไรไปอีก 2-3 ปี
ตลาดมีความกังวลว่ากำไรของบริษัทอาจจะลดลงในปีหน้าหากบริษัทไม่สามารถหางานขนาดใหญ่มาทดแทนงาน Ichthys Onshore LNG Project ที่กำลังจะก่อสร้างเสร็จสิ้นในปีหน้า อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลโครงการใหม่ที่มีโอกาสจะได้ค่อนข้างสูงและน่าจะรู้ผลเร็วๆนี้ หากบริษัทได้งานดังกล่าวจะเป็นการหนุนกำไรในระยะยาวของบริษัทและทำให้ STPI ควรที่จะซื้อขายที่ระดับ P/E ที่สูงกว่านี้
• มูลค่างานในมืออยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท และรอผลประมูลงานใหม่เร็วๆนี้
ปัจจุบัน STPI มี backlog ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท (รวมสัญญาสำหรับการเร่งงานมูลค่า 158 ล้านเหรียญซึ่งเพิ่งลงนามไปแล้ว) ซึ่งบริษัทจะเริ่มส่งมอบให้แก่ลูกค้ามากขึ้นใน 2Q-3Q15 และจะเสร็จสิ้นใน 3Q16 นอกจากนั้นบริษัทยังอยู่ระหว่างประมูลงาน 5 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการ Pacific Northwest LNG Gas Plant ที่แคนาดา, โครงการ LNG ในประเทศโมซัมบิค 1 โครงการและแคนาดาอีก 3 โครงการ ทั้งนี้บริษัทมีโอกาสชนะประมูลโครงการ Pacific Northwest ค่อนข้างมาก โดยน่าจะรู้ผล EPC Contractor กลางปีนี้และตกลงราคากับบริษัทได้ใน 3Q15 เนื่องจากบริษัทเข้าร่วมประมูลกับ EPC Contractor 2 ใน 3 รายที่เข้ารอบสุดท้าย หากบริษัทได้งานเหล่านี้จะสามารถรับรู้รายได้ในช่วงปี 2016-19 แต่จะเริ่มรับรู้รายได้มากๆ และหนุนกำไรให้เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 (กำไรปี 2016 น่าจะลดลงบ้างเนื่องจากการรับรู้รายได้ช่วงต้นโครงการจะค่อนข้างช้า)
• คาดกำไรใน 2Q15 จะดีมากจากค่าเร่งงานโครงการ Ichthys จำนวน 79 ล้านเหรียญ
จากที่สำนักวิจัยทิสโก้กล่าวไว้ข้างต้นว่าบริษัทจะส่งมอบงานมากขึ้นใน 2Q-3Q15 ประกอบกับค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าในไตรมาสนี้ ทำให้สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าทั้งรายได้และอัตรากำไรเบื้องต้นของบริษัทใน 2Q15 จะดีขึ้น QoQ นอกจากนั้น บริษัทจะมีการบันทึกค่าเร่งงานสำหรับโครงการ Ichthys จำนวน 79 ล้านเหรียญในไตรมาสนี้ ทำให้สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าผลประกอบการ 2Q15 น่าจะออกมาดีมาก
• ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 24.50 บาท
สำนักวิจัยทิสโก้ยังคงประมาณการ ทำให้มูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 24.50 บาท (อิงจาก PER 12 เท่า ปี 2015F ด้วย) ปัจจุบัน STPI ซื้อขายอยู่ที่ PER 7.9 เท่าปี 2015F เท่านั้น โดยราคาหุ้นในปัจจุบันยังมี upside ถึง 51% จากราคาเป้าหมายของสำนักวิจัยทิสโก้ ดังนั้น สำนักวิจัยทิสโก้ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ปัจจัยเสี่ยงมาจากความไม่ต่อเนื่องของงานในมือ ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน






