บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC)
ซื้อ (มูลค่าพื้นฐานปี 58: 5.50 บาท)
ราคาปิด 4.20 บาท
มีการขยายตัวของฐานกำไร จากแรงหนุนของโครงการ UHV
เราปรับประมาณการกำไรปี 58-59 และมูลค่าพื้นฐาน โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”ด้วยแรงหนุนจากต้นทุนที่ประหยัดได้จากราคาน้ำมันดิบที่คาดยังอยู่ในระดับต่ำ และการเริ่มรับรู้ผลบวกจากโครงการ UHV ซึ่งปัจจัยหลังคาดจะทำให้ฐานกำไรมีการขยายตัวโดยคาดจะรับรู้ผลบวกเต็มที่ตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นไป
คาดกำไรสุทธิแข็งแกร่งที่ 4.1 พันล้านบาท ใน 2Q58 ...เป็นไตรมาสดีสุดของปี
เราคาดว่า IRPC มีกำไรสุทธิ 4.1 พันล้านบาท และกำไรปกติ 4.2 พันล้านบาท ใน2Q58 (เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ) หลัก ๆ จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น(จาก market GIM ที่ปรับตัวดีขึ้น และมีกำไรจากสต๊อคน้ำมัน) นอกจากนี้ เงินชดเชยจากประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับหน่วย VGO/HT คาดช่วยลดผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสดังกล่าว สำหรับกำไรปกติใน 2Q58 เราคาดจะเป็นไตรมาสดีสุดของปี ด้วยแรงหนุนทั้งจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นและ
ต้นทุนที่ลดลง ดังนั้นจากคาดการณ์สเปรดปิโตรเคมีที่ดีขึ้น (โดยเฉพาะสเปรดโอเลฟินส์) ที่คาดจะช่วยชดเชยค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลง เราคาดจะทำให้ marketGIM อยู่ที่ 13.9 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และ accounting GIM อยู่ที่ 16.7 เหรียญ
สหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งรวมคาดการณ์กำไรจากสต๊อคน้ำมันราว 2.8 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน 2Q58 (เทียบกับ accounting GIM ที่ 9.2 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน2Q57 และ 12.5 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ใน 1Q58) ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินงาน คาดลดลงราว 330 ล้านบาท QoQ เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงของหน่วยVGO/HT และเงินบริจาคด้านการศึกษาที่จะเกิดขึ้นอีก
คาดจะรับรู้เงินชดเชยจากประกันภัยทั้งหมดใน 3Q58
เงินชดเชยจากประกันภัยจำนวน 1.7 พันล้านบาท จากกรณีเพลิงไหม้ที่หน่วยVGO/HT ได้รับรู้ไปแล้วในช่วง 2H57 และบริษัทคาดว่าจะรับรู้เงินชดเชยเพิ่มเติมอีกราว 450 ล้านบาท ใน 2Q58 และงวดสุดท้าย 950 ล้านบาท ใน 3Q58 ซึ่งเท่ากับว่าบริษัทใช้เวลาราว 1 ปีในการเคลมและรับรู้เงินชดเชยทั้งสิ้น 3.1 พันล้านบาท
ปรับขึ้นประมาณการกำไรปี 58-59
เราปรับกำไรสุทธิปี 58 ขึ้น 35% หลักๆ เป็นผลมาจากการปรับ market GIM ขึ้นเป็น 12 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล (จาก 11 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล) และรายการกำไรพิเศษ (ก่อนภาษี) ราว 4.2 พันล้านบาท (จากการโอนกลับหนี้สงสัยจะสูญ 2.8 พันล้านบาท และเงินชดเชยจากประกันภัย 1.4 พันล้านบาท) ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิและกำไรปกติของเราใน 1H58 คิดเป็น 75% และ 77% ของประมาณการทั้งปีของเรา ตามลำดับ โดยเรามีมุมมองที่อนุรักษ์นิยมสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงาน
2H58 นอกจากนี้ เราได้ปรับกำไรสุทธิปี 59 เพิ่ม 8% หลักๆ เป็นผลจากการปรับลดอัตราภาษีจ่ายลงเหลือ 17% (จากเดิม 20%) จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก losscarry forward พร้อมกันนี้เราได้ปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นเป็น 5.5 บาท/หุ้น (เดิม 5.1 บาท) อิงวิธี DCF









