วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดหุ้นไทยแกว่งแคบเหตุข่าวร้ายเยอะ

"วรวรรณ" คาดหุ้นไทยยังแกว่งแคบ เหตุข่าวร้ายเยอะ แนะภาครัฐเร่งอัดฉีดเงินสู่รากหญ้า หวังกระตุ้นความเชื่อมั่น

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในช่วงแคบๆ ตามปัจจัยและข่าวที่เข้ามากระทบในทางลบมีมากกว่าปัจจัยบวก แต่ในระยะ 5 ปีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นได้ แต่การเก็งกำไรระยะสั้นยังต้องมีความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง

"ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันยังไปไหนไม่ได้เพราะยังมีข่าวร้ายเยอะ แต่ก็พร้อมจะขึ้นหากมีข่าวดีเข้ามา ตอนนี้หุ้นแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ หากยังไม่เก่งก็ให้รอไปก่อน แต่ถ้าใครมั่นใจก็ลงทุนได้ อย่างไรก็ตามหากลงทุนระยะยาวเราก็ถือว่าดี แต่ต้องถือยาวไว้ 5 ปี เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังมีพื้นฐานที่ดีอยู่ ปัจจัยอื่นๆก็เป็นแค่ปัจจัยระยะสั้นที่เข้ามากระทบเท่านั้น"นางวรวรรณ กล่าว

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันยังถือว่าดี เพราะประชาชนยังมีเงินสดอยู่ในมือค่อนข้างมาก แต่ไม่กล้าที่จะนำเงินดังกล่าวมาจับจ่ายใช้สอย เพราะขาดความเชื่อมั่น แต่หากภาครัฐอัดฉีดเงินเข้าสู่รากหญ้าได้เร็วขึ้นก็จะช่วยให้ความเชื่อมั่นและจะกลับมาบริโภคมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาของกรีซ แม้หลายฝ่ายจะมองว่าสัดส่วนการส่งออกไปยังกรีซไม่มาก คงไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่อาจมีผลกระทบทางอ้อม หากกลุ่มยูโรโซนมีปัญหา ด้านตลาดหุ้นจีนที่ทรุดตัวลงหนักนั้น ไม่ใช่สถานการณ์ฟองสบู่แตก แต่เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายกระแสเงินทุนของต่างชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรงก็อาจเป็นเพียงแรงขายเทกำไรเท่านั้น เพราะหลังจากทรุดลงไปหนักก็ดีดกลับขึ้นมาได้ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังถือว่าค่อนข้างดี และมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ FETCO มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่ประเทศมหาอำนาจมีความขัดแย้งต่อกัน อาจจะส่งผลต่อการส่งออกของไทย โดยแนะนำว่าควรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลควรวางบทบาทของไทยให้มีความเหมาะสม ยกตัวอย่าง การส่งตัวชาวอุยกูร์ให้กับจีน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างจีน สหรัฐฯ และตุรกี

"ความกดดันที่เกิดขึ้นจากการเมืองของประเทศมหาอำนาจมากระทบกับประเทศไทยหลายระลอก ซึ่งจะกระทบต่อการค้าการลงทุน และความเชื่อมั่นต่อเวทีต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีการชี้แจงให้นานาชาติเข้าใจ เพื่อที่จะไม่ให้ผลกระทบนั้นส่งผลมาถึงการค้าขายระหว่างประเทศของไทย" นางวรวรรณ กล่าว