วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1500 จุด

ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1500 จุด จากปัจจัยลบคลี่คลาย แนะซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1500 จุด จาก แรงซื้อคืนหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับโลกหลังความเสี่ยงของสินทรัพย์เริ่มคลี่คลาย อิงการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีน คาดรายงานส่งออกจีนเดือน มิ.ย. อาจเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกรอบ 4 เดือน ขณะที่คาด downside รอบนี้ไม่ต่ำกว่า 1450 จุด เนื่องจากรับรู้ข่าวร้ายในตลาดหุ้นไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรีซอาจเจรจาหนี้กับเจ้าหนี้ไม่สำเร็จ กำไรกลุ่มแบงก์แย่กว่าคาด การผันผวนของตลาดหุ้นจีน ฯลฯ

ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ผลกำไรบจ. โดยสถาบันการเงินสหรัฐฯ และไทย, การเจรจาประนอมหนี้กรีซกับเจ้าหนี้การเจรจาปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน (เลื่อนกำหนดเวลาอีกครั้ง) รายงานรายเดือนของโอเปค รวมถึง สุนทรพจน์ Semi-annual congressional Testimony วันพุธ-พฤหัสฯของประธานเฟด

กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร รวมถึงเลือกเก็งกำไรรายตัว กลุ่มอุตฯฟื้นตัวจากระดับต่ำสุด เช่น พลังงาน และปิโตรเคมี และหุ้นที่คาดประกาศงบ 2Q58 ออกมาดี


ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้  ได้แก่

1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : จับตา จีน รายงานตัวเลขดุลการค้า ยอดค้าปลีก และ 2Q58F GDP วันที่ 13-15 ก.ค. , สิงคโปร์ รายงาน 2Q58F GDP, สหรัฐฯ ประธานเฟดรายงานมุมมองเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรส วันที่ 15-16 ก.ค. และรายงาน FED Beige Book 16 ก.ค. รวมถึง BOJ, ECB Meeting ประชุม 15 ก.ค. และ 16 ก.ค. ตามลำดับ

2) +/-ปัญหาหนี้กรีซ : ทิศทางตลาดหุ้นโลกและยุโรปจะเป็นบวกระยะสั้น หากเจ้าหนี้ยูโรโซนยอมรับข้อเสนอ ขอรับเงินกู้รอบใหม่จากกรีซ โดยให้เวลากรีซขอสภาฯอนุมัติแผนฯ ภายในวันพุธนี้ ก่อนที่กลุ่มผู้นำยูโรโซนจะประชุมในเวลาต่อมา ว่าจะอนุมัติหรือไม่ อย่างไรก็ดี ระยะกลางถึงยาว ยังคงมีความไม่แน่นอนว่า กรีซจะสามารถปฎิบัติได้ตามข้อเสนอหรือไม่

3) +ตลาดหุ้นจีน คาดไม่เกิด Hard Landing : Nomura ประเมินว่าผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจีน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด เนื่องจากการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 ถึงกลางปี 2015 กว่า 150% เป็นการลงทุนที่ไม่ได้อิงปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ สะท้อนจากความสัมพันธ์ของ Consumption กับตลาดหุ้นจีน เริ่มมีภาพที่สวนทางกันมาตั้งแต่ปลายปี 2011 ที่การบริโภคชะลอตัวลง แต่ตลาดหุ้น Sideway Up ขึ้นมา จึงประเมินว่าการปรับตัวขึ้นเกิดจากการเก็งกำไรจากการปรับ
โครงสร้างตลาด ซึ่งปัจจุบันตลาดกำลังอยู่ในช่วงการปรับฐานเพื่อเข้าสู่ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง จากการขายทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น จึงไม่น่ากระทบกระทบเศรษฐกิจจีนอย่างมีนัยฯ ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นโลก ก็มีจำกัด โดยสัดส่วนตลาดหุ้นจีน รวมกันมีขนาดเพียง 10 %ของตลาดหุ้นรวมเท่านั้น โดยที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมีอิทธิพลสูงสุดต่อตลาดหุ้นโลก (47.88%)

4) +/-2Q58F Earnings outlook: ไทย : กลุ่มแบงก์ จะเริ่มประกาศงบการเงิน 2Q58 เป็นกลุ่มแรกเราคาดว่าผลกำไรสุทธิของ8 ธนาคารที่เราศึกษา จะรายงานผลกำไรสุทธิรวม 41,827 ล้านบาท -14%y-y –12%q-q (ดูรายละเอียดในเล่ม) โดย KBANK จะเป็นธนาคารฯที่รายงานกำไรลดลงสูงสุด โดยลดลง -20%y-y -25%q-q รองลงมาคือ KTB –18%y-y –22%q-q ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จะทยอยประกาศในช่วงปลายเดือนนี้ เป็นต้นไป โดยเราคาดว่ากลุ่มพลังงาน (ยกเว้น PTTEP คาดกำไร 2Q58 110 ลบ -99%y-y -99%q-q) ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มิเดีย พลังงานทางเลือก จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีขึ้น q-q ส่วนกลุ่มแบงก์ ลิสซิ่ง ประกันภัย สื่อสาร คาดรายงานกำไรเติบโตชะลอตัว

สหรัฐฯ จะทยอยประกาศผลการดำเนินงานบจ โดยวันอังคาร JP Morgan,Wells Fargo, J&j วันพุธ Bank of America, Intel, Delta airlines วันพฤหัสฯ Goldman Sachs, Citigroup, Google, Ebay, Phillip Morris วันศุกร์ GE, Honeywell, Suntrust Banks ทั้งนี้ FACTSET คาด 2Q58F Earnings จะเติบโต -4.5%y-y (ณ สิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ -2.1%y-y) นำลงโดยกลุ่ม Industrial จากผลกระทบของดอลล์แข็งค่าเทียบเยน ยูโร โดยผลสำรวจ 107 บจ. พบว่า มี 80 บจ. หรือ 75% (1Q58 อยู่ที่ 84% และค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 69%) ส่งสัญญาณกำไรลดลง และมีเพียง 27 บจ. ส่งสัญญาณกำไรสูงขึ้น (Vs 3Q54 เป็นไตรมาสที่รายงานกำไร -1% y-y) เราคาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะผันผวนตามรายงานผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานจะรายงานกำไรดีขึ้น q-q (2Q58 crude price +20.5%q-q เป็น $59.47 จาก $47.60 ต่อบาร์เรล)


5) -ประธานเฟด ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตามกำหนด แม้จะมีปัจจัยเรื่องกรีซ : เราคาดว่า รายงานต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ จะยังคงส่งสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ และยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของเฟดมีความกังวลว่าความล้มเหลวในการเจรจาหนี้กรีซอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดยุโรปและอาจจะลามมาถึงสหรัฐ รายงานแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดเห็นพ้องกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเน้นย้ำว่า ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกตินั้น จะต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง, ภาวะตลาดแรงงานยังคงปรับตัวดี ขึ้น และเงินเฟ้อมีการปรับตัวสู่เป้าหมายที่เฟดตั้งไว้


สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น ดัชนีสามารถเด้งตัวขึ้นจากเส้น Downtrend Line ที่ 1461 จุดได้ และ หากพิจารณาตามสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ดัชนีก็อาจอยู่ในช่วงการกลับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเริ่มมีความหวังที่ดัชนีจะรีบาวด์ต่อไปยังระดับ 1496-1500 จุด เมื่อ RSI และ Stochastic ได้ฟื้นตัวขึ้น