ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1500 จุด จากปัจจัยลบคลี่คลาย แนะซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ลุ้นรีบาวด์ แนวต้าน 1500 จุด จาก แรงซื้อคืนหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับโลกหลังความเสี่ยงของสินทรัพย์เริ่มคลี่คลาย อิงการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีน คาดรายงานส่งออกจีนเดือน มิ.ย. อาจเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกรอบ 4 เดือน ขณะที่คาด downside รอบนี้ไม่ต่ำกว่า 1450 จุด เนื่องจากรับรู้ข่าวร้ายในตลาดหุ้นไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรีซอาจเจรจาหนี้กับเจ้าหนี้ไม่สำเร็จ กำไรกลุ่มแบงก์แย่กว่าคาด การผันผวนของตลาดหุ้นจีน ฯลฯ
ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ผลกำไรบจ. โดยสถาบันการเงินสหรัฐฯ และไทย, การเจรจาประนอมหนี้กรีซกับเจ้าหนี้การเจรจาปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน (เลื่อนกำหนดเวลาอีกครั้ง) รายงานรายเดือนของโอเปค รวมถึง สุนทรพจน์ Semi-annual congressional Testimony วันพุธ-พฤหัสฯของประธานเฟด
กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร รวมถึงเลือกเก็งกำไรรายตัว กลุ่มอุตฯฟื้นตัวจากระดับต่ำสุด เช่น พลังงาน และปิโตรเคมี และหุ้นที่คาดประกาศงบ 2Q58 ออกมาดี
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : จับตา จีน รายงานตัวเลขดุลการค้า ยอดค้าปลีก และ 2Q58F GDP วันที่ 13-15 ก.ค. , สิงคโปร์ รายงาน 2Q58F GDP, สหรัฐฯ ประธานเฟดรายงานมุมมองเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรส วันที่ 15-16 ก.ค. และรายงาน FED Beige Book 16 ก.ค. รวมถึง BOJ, ECB Meeting ประชุม 15 ก.ค. และ 16 ก.ค. ตามลำดับ
2) +/-ปัญหาหนี้กรีซ : ทิศทางตลาดหุ้นโลกและยุโรปจะเป็นบวกระยะสั้น หากเจ้าหนี้ยูโรโซนยอมรับข้อเสนอ ขอรับเงินกู้รอบใหม่จากกรีซ โดยให้เวลากรีซขอสภาฯอนุมัติแผนฯ ภายในวันพุธนี้ ก่อนที่กลุ่มผู้นำยูโรโซนจะประชุมในเวลาต่อมา ว่าจะอนุมัติหรือไม่ อย่างไรก็ดี ระยะกลางถึงยาว ยังคงมีความไม่แน่นอนว่า กรีซจะสามารถปฎิบัติได้ตามข้อเสนอหรือไม่
3) +ตลาดหุ้นจีน คาดไม่เกิด Hard Landing : Nomura ประเมินว่าผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจีน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด เนื่องจากการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 ถึงกลางปี 2015 กว่า 150% เป็นการลงทุนที่ไม่ได้อิงปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ สะท้อนจากความสัมพันธ์ของ Consumption กับตลาดหุ้นจีน เริ่มมีภาพที่สวนทางกันมาตั้งแต่ปลายปี 2011 ที่การบริโภคชะลอตัวลง แต่ตลาดหุ้น Sideway Up ขึ้นมา จึงประเมินว่าการปรับตัวขึ้นเกิดจากการเก็งกำไรจากการปรับ
โครงสร้างตลาด ซึ่งปัจจุบันตลาดกำลังอยู่ในช่วงการปรับฐานเพื่อเข้าสู่ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง จากการขายทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น จึงไม่น่ากระทบกระทบเศรษฐกิจจีนอย่างมีนัยฯ ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นโลก ก็มีจำกัด โดยสัดส่วนตลาดหุ้นจีน รวมกันมีขนาดเพียง 10 %ของตลาดหุ้นรวมเท่านั้น โดยที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมีอิทธิพลสูงสุดต่อตลาดหุ้นโลก (47.88%)
4) +/-2Q58F Earnings outlook: ไทย : กลุ่มแบงก์ จะเริ่มประกาศงบการเงิน 2Q58 เป็นกลุ่มแรกเราคาดว่าผลกำไรสุทธิของ8 ธนาคารที่เราศึกษา จะรายงานผลกำไรสุทธิรวม 41,827 ล้านบาท -14%y-y –12%q-q (ดูรายละเอียดในเล่ม) โดย KBANK จะเป็นธนาคารฯที่รายงานกำไรลดลงสูงสุด โดยลดลง -20%y-y -25%q-q รองลงมาคือ KTB –18%y-y –22%q-q ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จะทยอยประกาศในช่วงปลายเดือนนี้ เป็นต้นไป โดยเราคาดว่ากลุ่มพลังงาน (ยกเว้น PTTEP คาดกำไร 2Q58 110 ลบ -99%y-y -99%q-q) ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มิเดีย พลังงานทางเลือก จะเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีขึ้น q-q ส่วนกลุ่มแบงก์ ลิสซิ่ง ประกันภัย สื่อสาร คาดรายงานกำไรเติบโตชะลอตัว
สหรัฐฯ จะทยอยประกาศผลการดำเนินงานบจ โดยวันอังคาร JP Morgan,Wells Fargo, J&j วันพุธ Bank of America, Intel, Delta airlines วันพฤหัสฯ Goldman Sachs, Citigroup, Google, Ebay, Phillip Morris วันศุกร์ GE, Honeywell, Suntrust Banks ทั้งนี้ FACTSET คาด 2Q58F Earnings จะเติบโต -4.5%y-y (ณ สิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ -2.1%y-y) นำลงโดยกลุ่ม Industrial จากผลกระทบของดอลล์แข็งค่าเทียบเยน ยูโร โดยผลสำรวจ 107 บจ. พบว่า มี 80 บจ. หรือ 75% (1Q58 อยู่ที่ 84% และค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 69%) ส่งสัญญาณกำไรลดลง และมีเพียง 27 บจ. ส่งสัญญาณกำไรสูงขึ้น (Vs 3Q54 เป็นไตรมาสที่รายงานกำไร -1% y-y) เราคาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะผันผวนตามรายงานผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดว่ากลุ่มพลังงานจะรายงานกำไรดีขึ้น q-q (2Q58 crude price +20.5%q-q เป็น $59.47 จาก $47.60 ต่อบาร์เรล)
5) -ประธานเฟด ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตามกำหนด แม้จะมีปัจจัยเรื่องกรีซ : เราคาดว่า รายงานต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ จะยังคงส่งสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ และยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของเฟดมีความกังวลว่าความล้มเหลวในการเจรจาหนี้กรีซอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดยุโรปและอาจจะลามมาถึงสหรัฐ รายงานแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดเห็นพ้องกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเน้นย้ำว่า ก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกตินั้น จะต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง, ภาวะตลาดแรงงานยังคงปรับตัวดี ขึ้น และเงินเฟ้อมีการปรับตัวสู่เป้าหมายที่เฟดตั้งไว้
สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะสั้น ดัชนีสามารถเด้งตัวขึ้นจากเส้น Downtrend Line ที่ 1461 จุดได้ และ หากพิจารณาตามสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ดัชนีก็อาจอยู่ในช่วงการกลับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเริ่มมีความหวังที่ดัชนีจะรีบาวด์ต่อไปยังระดับ 1496-1500 จุด เมื่อ RSI และ Stochastic ได้ฟื้นตัวขึ้น






